bkkwheels เว็บไซต์รวบรวม ข้อมูล สังคม จักรยาน
Home > Bicycle Route > ปั่นหาดใหญ่ ไปแล้วอยากไปอีก

ปั่นหาดใหญ่ ไปแล้วอยากไปอีก

ในช่วงชีวิตผมที่ผ่านมา การลงไปภาคใต้สำหรับผม เรียกได้ว่านับครั้งได้เลย เคยไปหาดใหญ่ครั้งล่าสุด ก็ตอนไปเที่ยวปีนัง เมื่อปีที่แล้ว อย่าเรียกว่าไปเลยดีกว่า เพราะว่าอยู่หาดใหญ่แค่รถไฟจอดขาไปขากลับ แต่ที่นับว่าได้ไปถึงหาดใหญ่จริงๆ ก็เพราะได้กินไก่ทอดหาดใหญ่ทั้งขึ้นและล่อง นั่นจึงทำให้หาดใหญ่ยังติดอยู่ในความทรงจำของผมเสมอ คืออยากกลับไปเพื่อกินไก่ทอดหาดใหญ่อีกสักครั้ง

จนเมื่อ 30 เมษายน ถึง 2 พฤษภาคมที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสเดินทางไปหาดใหญ่จริงๆ สักที สำหรับการเดินทางครั้งนี้ผมได้รับการสนับสนุนจาก InterBike Thailand ทั้งเรื่องการเดินทาง และที่พักที่หาดใหญ่ ทั้งไปและกลับ ต้องขอขอบคุณทีมงานทุกท่านมากๆ ครับ

FullSizeRender 8

จุดประสงค์การเดินทางครั้งนี้ ตามแผนแล้วคือไปร่วมการแข่งขันจักรยานล้อเล็ก ซึ่งจัดเป็นครั้งแรกที่หาดใหญ่ โดยเปิดให้จักรยานแบรนด์ใดก็ได้เข้าร่วมการแข่งขัน ขอเพียงมีขนาดล้อไม่เกิน 20 นิ้ว รูปแบบการแข่งขันคือมีให้เลือก 2 เส้นทาง ระยะทาง 50 กิโลเมตร และ 100 กิโลเมตร ระหว่างทางจะมีจุดเช็คพ้อยท์ ที่เราจะต้องไปแวะถ่ายภาพ ตามจุดนั้นๆ ทางผู้สนับสนุนคงเข้าใจว่าผมขาแรงเลยจัดให้ไปลงที่ระยะทาง 100 กิโลเมตร (รู้สึกซาบซึ้งใจจนน้ำตาแทบไหลเลยครับ) สำหรับผู้จัดการแข่งขันครั้งนี้คือร้านจักรยาน บ้าน Tyro Bike เรียกได้ว่าจัดงานได้ดีมากจริงๆ ครับ

IMG_1837

การเดินทาง ปั่นหาดใหญ่

ตามกำหนดการแล้ว ผมจะได้พบกับทีมงานของ InterBike Thailand ค่ำวันที่ 1 พฤษภาคม และวันที่ 2 พฤษภาคม คืองานแข่งขันที่บ้าน Tyro Bike ผมต้องเดินทางวันที่ 30 เมษายน เพราะผมเลือกเดินทางด้วยรถไฟ ขบวน *ด่วนพิเศษ เหมือนตอนที่ไปปีนัง ซึ่งหลังจากเช็คข้อมูลจาก เว็บไซต์การรถไฟ ผมก็ได้เวลาที่ลงตัวคือ ออกเดินทางวันที่ 30 เมษายน เวลา 14.45 น. จากสถานีกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) ผมจะถึงหาดใหญ่ (ชุมทางหาดใหญ่) เวลา 6.45 ถ้ารถไฟไม่เลท รวมเวลาแล้วราวๆ 16 ชั่วโมง

IMG_1818

อาจเป็นเพราะเป็นช่วงวันหยุดยาว ถึงแม้ว่าผมจะไปจองตั๋วรถไฟล่วงหน้าก่อนการเดินทาง 5 วัน ที่นั่งที่เหลือ สำหรับรถไฟชั้น 2 ปรับอากาศ ก็เหลือเพียงแต่เตียงบนเท่านั้น ซึ่งผมเคยใช้บริการมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่มันนานมากจนผมแทบจำไม่ได้แล้วว่าความรู้สึกเป็นยังไง จำได้แค่ว่ามันหลับสบายดี แต่ตอนนี้รู้สึกอยากได้เตียงล่างมากกว่า เพราะรู้สึกว่ามันกว้างขวางกว่าประมาณ 1 เท่า และยังสามารถเห็นวิวข้างนอกในตอนเช้าได้อีกด้วย ซึ่งเตียงบนนอกจากผ้าม่านด้านข้างตัวแล้ว คุณก็จะได้นอนมองเพดานรถไฟไปยาวๆ เลย

IMG_1823

เตียงบน เตียงล่างต่างกันอย่างไร

เตียงบน : ถูกกว่า พื้นที่น้อยกว่า ไม่เห็นวิวทิวทัศน์ ต้องปีนขึ้นไป (ไม่เหมาะกับผู้สูงอายุ) ถ้ามีสัมภาระเยอะ แล้วไม่อยากยัดใต้ที่นั่ง ก็ต้องนอนเบียดกับสัมภาระด้วย

เตียงล่าง : แพงกว่าเตียงบนเล็กน้อย กว้างกว่า มีหน้าต่างให้เห็นวิว ยัดสัมภาระไว้ใต้เตียงได้อย่างสบายใจ หรือจะวางไว้บนที่นอนก็ยังเหลือๆ 

IMG_1814

เรื่องควรรู้เกี่ยววกับตู้นอน

  • ในตู้โดยสารปรับอากาศ จะมีปลั๊กไฟอยู่ในตู้ขบวนด้วย ประมาณ 2 จุด
  • เจ้าหน้าที่จะเปลี่ยนเก้าอี้ที่เรานั่ง ให้เป็นเตียงนอนตอนราวๆ หนึ่งทุ่มหรือตอนที่ฟ้าเริ่มมืดแล้ว
  • ถ้าเอาจักรยานพับไป สามารถจอดไว้ตรงทางเดินได้ แต่ทั้งนี้ควรดูแลไม่ให้ขวางทางคนอื่น ถ้าพับไม่ได้ต้องไปอยู่ตู้สัมภาระ เสียค่าระวาง
  • เวลาเข้านอนควร เก็บชายผ้าม่านยัดใต้เตียงเพื่อความปลอดภัย เพราะอย่างน้อยใครจะเปิดเข้ามาก็จะเตือนให้เรารู้ได้บ้าง
  • ตู้โดยสารปรับอากาศชั้น 2 ค่อนข้างปลอดภัย เพราะหลังจากปูเตียงประมาณ 1 ทุ่ม ก็จะเริ่มเงียบ ผมเคยอยู่บนเตียงนานถึง 10 โมงเช้าตอนไปปีนัง เพราะคนที่อยู่เตียงบนไม่ยอมลงมา
  • การจัดวางที่นั่งหากเดินทางคนเดียว ตอนจองตั๋วเจ้าหน้าที่จะจัดให้นั่งกับเพศเดียวกัน ต้องใช้บัตรประชาชนในการซื้อตั๋วด้วย
  • ตู้โดยสารปรับอากาศชั้น 2 ผู้โดยสารจะนั่งตามหมายเลขที่นั่งตามตั๋ว หนึ่งล็อคจะมีผู้โดยสาร 2 คน คือเตียงล่างและเตียงบนตามหมายเลขที่นั่ง คนอื่นไม่สามารถมามั่วนั่งได้
  • ส่วนใหญ่แล้วตู้ขบวนนี้จะมีเจ้าหน้าที่เดิน ดูแลความเรียบร้อยตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อแวะแต่ละสถานี ก็จะมาดูให้คนที่ขึ้นมานั่งถูกที่ตามตั๋ว
  • หนึ่งตู้ขบวนจะมีห้องน้ำ 2 ห้อง แบบนั่งยองและแบบชักโครก ซึ่งถึงจะเก่าแต่ค่อนข้างสะอาด มีสายฉีด และมีอ่างล้างหน้าอยู่ด้านนอก
  • บนขบวนรถไฟมีตู้เสบียงสามารถสั่งอาหารทานได้ หรือใช้บริการจากพนักงาน รวมถึงจะซื้อทานระหว่างสถานีที่จะมีคนขึ้นมาขายตลอดก็ได้

ข้อมูลการเดินรถ กรุงเทพฯ – หาดใหญ่

ตารางเดินรถ

ประเภทตู้โดยสารและราคา

ตู้นอน

หมายเหตุ ภาพตัวอย่างเป็นขบวนที่ผมเลือกใช้เดินทาง *ด่วนพิเศษ ขบวนที่ 35

IMG_1821

ปั่นหาดใหญ่ ติดใจ จนอยากไปอีก

ราว 7.45 น. คือเวลาที่รถไฟจากกรุงเทพฯ เดินทางมาถึงสถานีชุมทางหาดใหญ่ สถานีสุดท้ายของผม ตลอดทั้งคืนผมแทบนอนไม่หลับเพราะกลัวจะเลยสถานีโดยหารู้ไม่ว่ายังไงก็ไม่เลย เพราะเค้าจะตัดตู้ขบวนของผมทิ้งไว้ที่สถานีนี้ และนี่คือการเดินทางมาหาดใหญ่คนเดียว ครั้งแรกของผม ผมไม่ได้นัดใครหรือมีเพื่อนที่สนิทคุ้นเคยกันจริงๆ อยู่ที่นี่เลย ทันทีที่มาถึงผมเอาจักรยานลงจากตู้ขบวน มีพนักงานของการรถไฟ ช่วยรับจักรยานลงไปให้ อย่างมิตรไมตรี ในขณะที่ทุกคนเบียดเสียดกันอยู่ที่ทางออก ผมเลือกที่จะเดินแยกออกมาและหาที่ถ่ายภาพจักรยานของผมกับป้ายสถานี และตรงนั้นเองที่ผมพบทางออกอีกทางหนึ่งแบบไม่ต้องแย่งกับใคร

IMG_1815

หลังจากถ่ายภาพเสร็จผมจึงเปิด Google Maps ค้นหาที่พัก และปั่นจักรยานไปจากสถานีรถไฟโดยมี Google Maps นำทาง ผมตั้งใจว่าถึงที่พักเก็บกระเป๋า แล้วจะเอาจักรยานออกมาปั่นเล่นตัวเมืองหาดใหญ่ ระหว่างเส้นทางที่ปั่นไปที่พักซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟราวๆ 3 กิโลเมตร ผมได้เห็นเลนจักรยานของหาดใหญ่ด้วย ซึ่งใช้ร่วมกับถนนทั่วไป ตีเส้นด้วยสีฟ้าเล็กๆ เป็นแนวบอก และมีคำว่า “แบ่งปันถนน” ตัวใหญ่ๆ อยู่บนผิวถนน ช่องทางจักรยานถูกเว้นออกมาจากถนน 1 เลน ในเขตพื้นที่ที่สามารถจอดรถยนต์ได้ จึงเรียกได้ว่าเป็นเลนจักรยานที่ใช้ได้จริง เพราะแทบจะไม่เจอรถจอดกีดขวางเส้นทางเลย หาดใหญ่ในเช้าวันที่ผมไปถึงค่อนข้างเงียบ ถนนโล่ง แดดไม่แรง จึงปั่นเที่ยวได้อย่างสบายใจ

IMG_1811

หลังจากเก็บของเข้าที่พักเรียบร้อย รู้ตัวอีกทีผมก็ตื่นขึ้นมาตอนราวๆ 11 โมง พร้อมกับตกใจปนเสียใจเมื่อได้อ่านข้อความใน Facebook เมื่อทราบว่ามีเพื่อนชาวหาดใหญ่ มารอเซอร์ไพรส์ผมที่สถานีรถไฟตั้งแต่ 6 โมงเช้า แต่เพราะด้วยเหตุว่าผมออกตรงทางที่ไม่ควรออก จึงทำให้เราคลาดกัน หลังจากนั้นผมจึงส่งข้อความไปทักทาย และก็ทำให้ได้ไกด์นำเที่ยว หาดใหญ่แบบไม่รู้ตัว แถมเป็นนักปั่นในตำนานที่หลายคนที่ตาม Pantip คงจะรู้จักเค้าดีกับคุณแซม จักรยานแม่บ้าน (แซม ญานบ้าน)

IMG_1839

ตะลุยกินหาดใหญ่

เป็นเวลาราวบ่ายโมง คุณแซมก็มาถึงที่พักผมพร้อมจักรยาน ที่จะพาออกไปตะลุยเที่ยวหาดใหญ่ เราไม่มีแผนอะไรมากนัก คุณแซมอยากไปไหน มีร้านเด็ดอะไร พาไปได้เลย แต่ก่อนจะไปไหนขอให้ผมได้กินไก่ทอดหาดใหญ่ก่อน จุดหมายแรกของเราจึงเริ่มต้นที่ไก่ทอดเดชา

ไก่ทอดเดชา

สาขาที่เราทานคนไม่แน่นมาก แต่ก็มีลูกค้าอยู่หลายโต๊ะ เมนูอาหารหลากหลาย แต่ที่ขาดไม่ได้คงต้องเป็นไก่ทอด ซึ่งส่วนที่อร่อยที่สุดสำหรับผมคงเป็นหนัง ที่กรอบอร่อยถึงรสมากๆ จริงๆ มีอาหารน่าทานอีกหลายอย่าง แต่เนื่องจากเราต้องไปอีกหลายที่ ผมจึงทานแค่ไก่ทอด กับเนื้อย่าง ส่วนคุณแซมเลือกที่จะทานข้าวหมก ที่เสียใจคือหิวจนลืมถ่ายภาพ จากที่พักผมถึงร้านไก่ทอดเดชาใช้เวลาเพียง 3 นาทีเพราะห่างกันแค่ประมาณ 1 กิโลเมตร จากนั้นจึงถือโอกาสไปแวะร้านจักรยาน บ้าน Tyro Bike

 

บ้าน Tyro Bike

IMG_1827

ภาพแรกที่เห็นร้านบ้าน Tyro Bike จากด้านนอกดูสวยเก๋ ในแบบของร้านจักรยานของคนรุ่นใหม่ เมื่อเข้าไปด้านในก็พบว่ามีพื้นที่กว้างขวางมาก ซ้ายมือเป็นโซนคาเฟ่ ผมได้มีโอกาสดื่มชาเย็นสูตรทางร้าน อร่อยเข้มข้นดีมาก ขวามือเป็นพื้นที่จำหน่ายสินค้าจักรยานต่างๆ ซึ่งเรียกได้ว่าของเยอะมากๆ สินค้าแบรนด์นิยมจากกรุงเทพฯ ที่นี่มีขายเกือบทั้งสิ้น ตรงกลางเป็นลานกว้าง สามารถทดลองปั่นจักรยานที่มีจอดโชว์ไว้ให้ทดสอบได้ รวมถึงเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมด้วย พื้นที่ด้านในสุดจะเป็นห้องเซอร์วิส และอนาคตจะมีพื้นที่ให้ออกกำลังกาย รวมถึงเป็นห้องพยาบาลด้วย ถ้ามีโอกาสไปหาดใหญ่ไม่ควรพลาดที่จะแวะไปที่ร้านนี้ครับ

ไอศครีม ไทย-ไท

IMG_1809

IMG_1830

ห่างจากร้านจักรยาน Tyro Bike ไปไม่ถึงกิโลมีร้านไอศครีมแสนอร่อย เป็นสไตล์ไอศครีมทรงเครื่อง ซึ่งมีเครื่องให้เลือกหลากหลายกว่า 20 ชนิด ไอศครีมพร้อมเครื่อง 3 อย่าง ราคา 25 บาท ถ้าใส่ไข่ด้วยบวก 5 บาท ไม่ใช่แค่ไอศครีมอร่อยเท่านั้น เครื่องแต่ละหน้าที่มาให้เลือกก็อร่อยไม่แพ้กัน จนเพื่อนผมต้องขอเบิ้ลอีกชาม ที่สำคัญเทคนิคการใส่ไขในไอศครีมนั้นไม่เหมือนร้านที่เห็นกันตามกรุงเทพฯ แน่นอน

ใกล้ๆ กันมีร้านลูกชิ้นทอดด้วย เห็นทีมงาน InterBike การันตีว่าอร่อยมาก แต่ผมไม่มีโอกาสได้ชิม ใครผ่านไปก็ลองแวะชิมดูนะครับ

The Containers

IMG_1820

IMG_1808

ถ้าคุณเป็นคอกาแฟ ที่นิยมดื่มกาแฟชั้นดี รสดี บาริสต้าเป็นกันเอง ร้านสวยบรรยากาศดี มีขนมน่าทานขาย แบบว่าทำกันในร้านเห็นๆ ผมแนะนำให้ลองปั่นแวะมาที่ The Containers แล้วคุณจะไม่ผิดหวังเลย แต่ว่าคนอาจจะเยอะสักหน่อย ถ้าจะหาที่นั่งว่างก็อาจต้องมาให้ถูกจังหวะสักนิด แต่การันตีว่ากาแฟร้านนี้ดีจริงๆ ที่สำคัญแม่ค้าน่ารัก พี่เจ้าของร้านก็ใจดีมากๆ

ร้านโกยงค์ หน้าค่ายเสนาณรงค์

ผมมีโอกาสได้มาทานมื้อค่ำที่นี่ ต้องบอกว่ารถมือร้านนี้อร่อยถูกปากทุกเมนู ร้านหน้าตาไม่หรูดูโอ่โถง แต่รสชาติอาหารไม่ผิดหวัง ขนาดคนหาดใหญ่ยังบอกว่า มากินร้านอร่อยซะด้วย ซึ่งก็อร่อยสมคำร่ำลือจริงๆ ถ้ามากันหลายคน หาอาหารตามสั่งอร่อยๆ ราคาไม่โหดร้าย แนะนำให้ลองแวะมาร้านโกยงค์ดูครับ (ขออภัยไม่มีภาพประกอบ)

ร้านซาลาเปาทอดโกอ้วน

IMG_1301

ถ้านึกถึงหาดใหญ่นอกจากไก่ทอดแล้ว ผมคงนึกถึงซาลาเปาร้านนี้ ไม่ใช่เพียงรสชาติอร่อย แต่มันยังเป็นความทรงจำดีๆ ที่ผมคงจะไม่ลืมหาดใหญ่ด้วย เนื้อซาลาเปาด้านนอกกรอบเล็กน้อย ไส้อร่อยและหลากหลาย แน่นไปด้วยปริมาณ เรียกได้ว่าทานคนละลูกก็อิ่มแล้ว ร้านนี้ใหญ่โตกว้างขวางราวกับว่า ถ้ามาหาดใหญ่แล้วไม่ได้แวะทานคงมาไม่ถึง

ตลาดกิมหย๋ง

ตลาดรวมของฝากมากมาย ทั้งชา กาแฟ ขนมจากต่างประเทศ ที่หาซื้อในกรุงเทพฯ ไม่ได้ หรือของบางอย่างที่หาได้ ก็ราคาแพงกว่าหลายบาท รวมไปถึง เม็ดมะม่วงหิมพาน ถั่วพิสตาชิโอ ผ้าถุง ของแห้ง และสารพัดสินค้าน่าซื้อกลับมาฝากคนที่บ้าน ไม่เว้นแม้ผลไม้แปลกๆ อย่างองุ่นนิ้วมือแม่มด ที่ในกรุงเทพฯ ขายกิโลละ 800 กว่าบาท แต่หน้าตลาดกิมหย๋งขายอยู่กิโลละ 300 บาทก็มี

ปั่นหาดใหญ่ 100 โล

แหวกทะเลหมอก ข้ามทะเลสาป ปราบเมินมนัส

FullSizeRender 7

2 พฤษภาคม วันที่ผมต้องไปร่วมงานแข่งขันจักรยานการกุศลกับร้านบ้าน Tyro Bike วันนั้นเรามีนัดพบกันที่ร้านราวตีสี่ครึ่ง ซึ่งผมตื่นขึ้นมาเตรียมตัวเพื่อออกไปร่วมงานตอนราวๆ ตี 3 กว่าๆ หลังจากนอนไปได้ประมาณ 3 ชั่วโมง และตี 5  เราก็ล้อหมุนออกจากร้านบ้าน Tyro Bike หลังจากปั่นออกตัวมาจากร้านได้ราวๆ 1 กิโลเมตร ท่ามกลางความมืดและเงียบของเมืองหาดใหญ่ ในยามที่หลายคนยังหลับไหลกันอยู่ จากความเร็ว 25 จักรยานล้อ 18 อย่าง birdy ก็ขยับความเร็วสูงขึ้น เป็น 30 35 40 ไปประมาณ 10 กิโลเมตร ก่อนที่เราจะเลี้ยวเข้าไปแยกออกจากถนนใหญ่ สู่ถนนสายรอง ที่มีบ้านคนกระจัดกระจาย สองข้างทางรายล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ป่า เขา ดูชุ่มชื้นและมีทิวเขาอยู่ไม่ไกล

IMG_1312

IMG_1888

ม่านขาวๆ ด้านหลังนั่นหมอกนะ

เราปั่นจักรยานเข้าไปได้เพียงราวๆ 15 กิโลเมตร แสงสีแดงก็เริ่มลอดเร้น ขึ้นมาจากขอบฟ้า ที่อยู่เบื่องหน้า ราวกับว่ามันถูกเตรียมการเอาไว้แล้ว ทันทีที่แสงสีแดง ส้ม เริ่มคลืบคลานขยายอาณาเขตปกคลุมที่บริเวณขอบฟ้า เราเริ่มเห็นบางอย่างที่ปกคลุมอยู่ 2 ข้างทาง เราปรับความเร็วให้ช้าลง ผิวกายเริ่มสัมผัสความเย็นได้มากขึ้น พอดวงอาทิตย์เริ่มทอแสง เราก็ตกอยู่ในวงล้อมของม่านหมอกแล้ว มันไม่เพียงทำให้เรารู้สึกเย็นเวลาที่ปั่นจักรยานแหวกไป แต่มันยังให้ความรู้สึกสวยงาม ในทุกซีนที่ผ่านสายตาเราไปอย่างช้าๆ ด้วย จนเราอยากจะทิ้งการแข่งขันและหยุดชื่นชม ถ่ายรูปมันอยู่ตรงนั้น ในทุกๆ จุดที่เราประทับใจ ในขณะที่เราปั่นมุ่งตรงเข้าไป ก็เริ่มมีกลุ่มจักรยานปั่นสวนออกมา เราต่างดีดกระดิ่ง และตะโกนทักทายกัน ตลอดทาง ถ้าแถวบ้านผมมีแบบนี้ ผมก็อยากจะตื่นเช้ามาปั่นจักรยานเหมือนพี่ๆ เค้าบ้างจริงๆ

Processed with VSCO with a9 preset

Processed with VSCO with a9 preset

เรามีโอกาสชื่นชมม่านหมอกยามเช้าและทิวเขาที่หาดใหญ่ เพียงระยะทางไม่กี่กิโลเมตร ก่อนถึงจุดเช็คพ้อยท์ที่ 1 ในกิโลเมตรที่ 25 วัดขุนทอง จากนั้นจึงข้ามถนนเพื่อเข้าไปสู่ทางหลวงชนบทอีกเส้นหนึ่งซึ่งรถน้อย ถนนดี เงียบสงบ มีชุมชนอยู่ข้างทางให้พบเห็นได้เรื่อยๆ เราปั่นชิลล์มาจนถึงกิโลเมตรที่ 30 กว่าๆ ทันทีที่พ้นบ้านตรงมุมถนนเราก็พบกับเส้นทางเลียบทะเล ถนนทอดยาวขนานกันไปกว่า 30 กิโลเมตรจนถึงทะเลสาปสงขลา ทัศนียภาพข้างทาง มันสวยงามจนเราลืมเรื่องการแข่งขัน บ่อยครั้งที่เราอดใจไม่ไหว และลงไปถ่ายรูปกัน เพราะเราเชื่อว่าชัยชนะเราคงหาอีกเมื่อไหร่ก็ได้ แต่การมาเสพความงดงามของหาดใหญ่ คงไม่มีโอกาสที่จะมากันง่ายๆ สำหรับคนไกลอย่างพวกเรา

IMG_1889 copy

IMG_1890 copyProcessed with VSCO with a10 preset

และกิโลเมตรที่ 60 เราก็มาถึงทะเลสาปสงขลา ตลอดระยะทางกว่า 60 กิโลที่เราปั่นออกจากร้านบ้าน Tyro Bike มาจนถึงถนนใหญ่เข้าสู่ทางหลวงชนบท มันคือเส้นทางที่งดงาม ในแบบที่เราอยากชวนใครก็ได้ให้ลองตามมาปั่นดู มันคือระยะทางที่ผมกล้าการันตีความฟิน ยิ่งถ้าคุณมาในเวลาเดียวกัน กับที่ผมเริ่มปั่น แล้วได้สัมผัสกับทะเลหมอก อย่างที่พวกเราได้สัมผัสกัน คุณจะร้องว้าว ว้าว ว้าว ครั้งแล้วครั้งเล่า จนนับไม่ถ้วน ภาพพยานาคพ้นน้ำริมทะเลสาปสงขลา ทำให้ผมประทับใจกว่าตอนที่ไปเจอ Merlion ที่สิงคโปร์ เราแวะถ่ายรูปอยู่ตรงนั้นนามพอสมควร ก่อนจะขึ้นเรือข้ามฟาก มาอีกฝั่ง

Processed with VSCO with a9 preset

 

IMG_1758

FullSizeRender 9

หลังจากข้ามฟากมาเราปั่นไปตามถนนสายหลัก เพื่อข้ามเกาะยอ ซึ่งแดดเริ่มออกแล้ว แน่นอนมันร้อนพอสมควรและเราก็เริ่มล้ากันได้ที่ ลมแรงพอประมาณตอนที่เราปั่นจักรยานข้ามสะพานติณสูลานนท์ ผ่านเกาะยอ จากกิโลเมตรที่ 60 กว่าๆ ถึง กิโลเมตรที่ 70 และจุดพีคของชีวิตผมมันก็เริ่มขึ้นตอนกิโลเมตรที่ 88 หลังจากที่นอนน้อยมา 2 วัน ทานอาหารไม่เพียงพอ และกระหน่ำปั่นทำความเร็วตามเพื่อนในช่วงแรก มันคือช่วงเส้นทางข้างวัดพรุเตาะ ระยะทาง 5 กิโลเมตรที่รออยู่เบื่องหน้าทั้งโหดร้ายและทรมานสำหรับผมมากๆ เพราะน้องคริว (ตะคริว) พยายามสะกิดผมมาตั้งแต่กิโลเมตรที่ 70 แล้ว จนเมื่อเข้าสู่กิโลเมตรที่ 88 ซึ่งเป็นทางเนิน ที่ชันขึ้นเรื่อยๆ จาก 1% ไปจนถึงจุดพีคของชีวิตที่เนินมนัสอยู่ที่ 16% ในชั่ววินาทีนั้นชีวิตผมมีทางเลือกอยู่ 2 ทาง ถ้าขาแตะพื้น ผมจะต้องยืนทรมานกับตะคริวที่จะขึ้นต้นขาทั้ง 2 ข้างอยู่ตรงนั้น และไปต่อไม่ได้ แต่ถ้าฝืนปั่นข้ามผ่านเนินนี้ไปได้ ผมจะชนะตะคริว ที่พยายามจะหยุดผมไว้ตรงนี้ได้แน่ๆ แต่ด้วยโชคดีที่มีเพื่อนมาด้วย ผมจึงขอน้ำเย็นจากเค้า เอามาราดต้นขา ทันทีที่น้ำสัมผัสผิวหนัง ก็ราวกับมันได้ดับไฟที่กำลังครุกรุ่นให้มอดไปได้ และในที่สุดผมก็ขึ้นถึงยอดเนินมนัส ภาพเบื่องหน้าอาจจะดูสวยงามคุ้มค่ากับการปั่นขึ้นมา แต่เวลานั้นผมมัวแต่กังวลเรื่องตะคริวจนไม่ได้อิ่มเอมกับอะไรมากนัก และนั่นคือจุดเช็คเพ้อยท์สุดท้าย ของการแข่งขัน ผมหารถกระบะเกาะเพื่อพักเหนื่อย จะได้ไม่ลงจากจักรยาน เพราะผมรู้ว่าถ้าผมลงไปผมจะไม่ได้กลับขึ้นมาอีกแน่ๆ

IMG_1730

IMG_1780

เราดื่มน้ำ และผมได้น้ำแข็งมาราดขาอีกรอบ ก่อนที่จะไหลลงจากเนินนั้นไป มันทำให้ผมรู้สึกราวกับว่าเพิ่งผ่านนรกขึ้นมาถึงสวรรค์ สายลมที่ปะทะหน้า รถที่เพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ลงไปตามเส้นทาง ความเร็วเพิ่มขึ้นแตะ 50km/h เพียงชั่ววินาที ตอนนั้นผมได้แต่รักษาสมดุลปล่อยขาให้ผ่อนคลายไม่เกร็งมาก และปล่อยให้รถไหลไปเรื่อยๆ ให้ไกลที่สุดเท่าที่ไกลได้ มันเป็นระยะทางอีกเพียงแค่ 10 กิโลเมตรสุดท้าย ที่ผมจะไม่ต้องให้ใครลำบากมาเก็บ และในที่สุด เราก็กลับสู่เส้นทางเข้าเมือง ผมพยายาม Cool Down ผ่อนคลายตัวเองไปเรื่อยๆ นาทีนั้นขอแค่จบแบบไม่เจ็บ ก็พอใจแล้ว จนกระทั่งเห็นร้าน Tyro Bike ตระหง่านอยู่เบื่องหน้า ยิ่งทำให้รู้สึกว่า ปั่น 100 กิโลที่หาดใหญ่วันนี้ เป็นช่วงเวลาที่สนุก สลด ครบรสเลยทีเดียว จนแอบตั้งฉายาเส้นทางสายนี้ว่า “หาดใหญ่ไส้แตก” สำหรับคนอื่นทางอาจไม่โหดเท่าไหร่ แต่คงเพราะผมไม่พร้อมเอง ^^

Processed with VSCO with a9 preset

คิดถึงมิตรภาพที่หาดใหญ่

ถึงแม้ผมจะมีเวลาอยู่หาดใหญ่เพียงแค่ 2 วัน แต่มันเป็น 2 วันที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ของการเดินทางและมิตรภาพที่ได้รับจากคนหาดใหญ่ ถ้าใครได้ติดตาม BKKWheels Live คงจะได้เห็นภาพวันแรกที่ผมปั่นจักรยานตามคนกลุ่มหนึ่งไป เส้นทางจักรยานกองบิน 56 ต้องขอบคุณน้องกิ๊ฟ แฟนเพจ BKKWheels และคุณพ่อ ที่ติดต่อมาทาง Inbox ชวนไปปั่นด้วยกัน เส้นทางที่พี่สุทิน พาไปปั่นเป็นหนึ่งเส้นทางที่ Amazing มากๆ ทั้งสวยงาม เงียบสงบ รู้สึกสนุกตั้งแต่ยังไปไม่ถึง มิหนำซ้ำ หลังจากพาไปปั่นเที่ยวแล้ว ยังอุตส่าซื้อซาลาเปาเจ้าดัง กล่องใหญ่มาฝากให้พวกเราได้ทานกันอีก รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของพี่มากๆ ครับ และหวังว่าจะได้กลับไปอีก

IMG_1723

IMG_1722

อีกคนที่คงลืมไม่ได้คือคุณแซมที่ตั้งใจจะมาเซอร์ไพรส์ แต่สุดท้ายโดนเซอร์ไพรส์กลับจนคลาดกัน แต่ถึงยังไงเราก็ยังได้พบกันอยู่ดี ขอบคุณที่มีเรื่องเล่ามากมาย และพาปั่นเที่ยวหาดใหญ่ แนะนำของกินอร่อยๆ เป็นช่วงเวลาครึ่งวันที่คุ้มค่ามากๆ ถึงแม้ว่าสุดท้ายเราต้องแยกกันแบบไม่ตั้งใจ เพราะยางแตก ขอบคุณมากๆ ครับ

Processed with VSCO with a9 preset

ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผมเดินทางด้วยจักรยาน ทั้งท่องเที่ยว และเดินทาง ผมรู้สึกว่าจักรยานมันเป็นเหมือน สัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ ที่มักจะดึงดูด ผู้คน รอยยิ้ม เรื่องราว เข้ามาหาเราอยู่เสมอ มีคนแปลกหน้ามากมาย พร้อมจะเปิดบทสนทนากับคุณเพียงเพราะคุณแค่ยืนอยู่ข้างจักรยาน และมีเพื่อนแปลกหน้ามากมาย ที่อยากจะพาคุณไปชมบ้านเมืองของเค้า ทานอาหารจ้าวดังที่บ้านเค้า

หาดใหญ่คือดินแดนที่สองที่ผมถูกเชื่อเชิญให้ท่องเที่ยวโดยเจ้าบ้าน ที่ผมไม่เคยรู้จักพบกันมาก่อน เหมือนครั้งตอนที่ไปปั่นจักรยานที่ปีนัง ซึ่งถึงแม้ภาพถ่ายมันจะเก่าไปแล้ว แต่มิตรภาพและความทรงจำยังคงอยู่เสมอ

You may also like
ปั่นทัวร์ริ่ง เที่ยวอีสานหน้าฝน อุดร-เชียงคาน ตอนที่ 1
พับจักรยานขึ้นรถไฟ ไปเที่ยว ตลาดเก่าหัวตะเข้
InterBike จัดขบวนจักรยาน Pacific ลดราคาครั้งใหญ่
แล้วฉันจะพาไป เที่ยวไต้หวัน ปั่นจักรยาน : Fulong ภูเขา และทะเล