bkkwheels เว็บไซต์รวบรวม ข้อมูล สังคม จักรยาน
Home > Feature > วิธีเลือกซื้อจักรยาน สำหรับมือใหม่

วิธีเลือกซื้อจักรยาน สำหรับมือใหม่

ผมเชื่อว่ามีหนึ่งคำถามที่นักปั่นหลายคนมักจะโดนตั้งคำถามเสมอ จากผู้ที่มีความสนใจเเรื่องจักรยานหน้าใหม่ หนึ่งในคำถามเหล่านั้นคือ ซื้อจักรยานแบบไหน ราคาเท่าไหร่ดี? ซึ่งบางคนก็แนะนำในแบบที่ตัวเองชอบ และบางคนก็ตอบแบบใส่ใจผู้ถามสนใจในรายละเอียด เอาเป็นว่าวันนี้ผมขอนำเสนอแนวทางการตอบคำถามเหล่านั้นสำหรับผู้สนใจที่จะซื้อจักรยานคันแรก ไว้เป็นแบบหลักการดังนี้ก็แล้วกันนะครับ

Photo by Matt Rainey

1. งบประมาณในการซื้อ

งบประมาณหรือเงิน คือปัจจัยแรกๆ ที่ควรให้ความสำคัญในการเลือกซื้อจักรยาน เพราะหากคุณมีงบประมาณที่พร้อมจะจ่ายได้อย่างชัดเจนแล้ว โดยสามารถบวกลบได้นิดหน่อย ก็จะทำให้การตัดสินใจในการเลือกซื้อจักรยานง่ายขึ้น คนที่จะแนะนำคุณก็สามารถแนะนำรุ่นของจักรยานที่เหมาะกับคุณได้ง่ายขึ้นเช่นกัน โดยราคาของจักรยานมือหนึ่งในปัจจุบันแบบที่ใช้งานได้ดีก็จะมีตั้งแต่หมื่นต้นๆ ไปจนถึงหลักแสนเลยทีเดียว

2. จุดประสงค์ในการใช้งาน

จุดประสงค์ในการใช้งานจะเป็นตัวบอกประเภทของจักรยานที่คุณจะเลือกใช้ได้อย่างดี อย่างเช่นจุดประสงค์หลักที่คุณจะซื้อจักรยานคือการปั่นไปทำงาน ประเภทจักรยานที่เหมาะสมก็อาจจะเป็นจักรยานพับได้ จักรยานไฮบริด จักรยานซิตี้ไบค์ หรือเสือภูเขาเป็นต้น ทั้งนี้ก็จะมีปัจจัยร่วมในการตัดสินใจเช่น

  • ที่ทำงานของคุณมีสถานที่จอดจักรยานที่ปลอดภัยให้หรือไม่ ถ้าหากไม่มีและคุณไม่ไว้ใจ การเลือกใช้จักรยานพับเป็นพาหนะเพื่อการเดินทางในชีวิตประจำวันสำหรับคนเมืองก็อาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

  • ระยะทางไกลไม่มีจุดเชื่อต่อขนส่งสาธารณะ อาจไกลถึง 20 กิโลเมตรจากที่ทำงาน ตัวเลือกของคุณอาจจะเป็นจักรยานไฮบริด จักรยานซิตี้ไบค์ หรือเสือภูเขา ซึ่งจักรยานเหล่านี้ก็จะช่วยทุ่นแรงในการปั่นระยะทางไกลๆ ได้ดีกว่าการใช้จักรยานพับ อีกทั้งถ้าเป็นจักรยานประเภทไฮบริด หรือเสือภูเขา ที่มีขนาดหน้ายางที่ใหญ่ ก็ช่วยให้คุณสามารถปั่นบนสภาพถนนแย่ๆ ที่มีความหลากหลายของกรุงเทพฯ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังไม่ต้องกลัวเกรงเรื่องฝาท่อที่ไม่ได้มาตรฐานของกทม. ด้วย

หรือหากต้องการจักรยานเพื่อการออกกำลังกาย ก็ต้องดูว่าเส้นทางปั่นที่เราจะนำไปใช้บ่อยๆ จะเป็นถนนรูปแบบไหน หากเน้นปั่นในสวนที่ถนนเรียบดีก็อาจจะเลือกใช้เป็นจักรยานเสือหมอบที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบความเร็ว น้ำหนักเบา แต่ถ้าชอบลุยป่าฝ่าดง ขึ้นเขา ก็อาจเลือกเป็นจักรยานเสือภูเขา ที่พร้อมจะพาคุณลุยไปได้ทุกที่ ทุกสภาพผิวถนน ท่าปั่นนั่งหลังตรงสบายๆ รถให้ความนุ่มนวลไม่กระแทกกระทั้น

3. เมื่อรู้งบและประเภทจักรยานที่อยากได้แล้วจึงไปดูยี่ห้อเลือกรุ่น

ถ้าเป็นจักรยานเสือหมอบ หรือเสือภูเขา รวมถึงซิตี้ไบค์และไฮบริด ส่วนใหญ่แล้วในงบประมาณที่ใกล้เคียงกันก็จะมีอุปกรณ์ติดรถที่ใกล้เคียงกัน ความสวยงามของแต่ละยี่ห้อก็อยู่ที่แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน ความรู้สึกที่ได้เวลาที่ปั่นก็อาจจะต่างกันที่วัสดุเฟรมซึ่งเฟรมนี้เองที่เป็นหัวใจหลักในการเลือกซื้อจักรยานอีกจุดหนึ่ง เพราะวัสดุในการใช้ทำเฟรมจะมีผลต่อราคา และเป็นอิทธิพลหลักของการออกแบบเพื่อให้นักปั่นได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากจักรยานรุ่นนั้นๆ โดยวัสดุหลักๆ ที่ใช้ทำเฟรมจักรยานในปัจจุบันสำหรับผู้เริ่มต้นก็จะมีอยู่ 3 ประเภทดังนี้

– โครโมลี่ เฟรมจักรยานที่ทำโครโมลี่ ก็จะมีเกรดที่แบ่งกว้างๆ ได้ 2 ประเภทคือ โครโมลี่ สตีล เป็นวัสดุที่มีคุณภาพสูงน้ำหนักเบา ให้ตัวได้ดี และมีความแข็งแรง ซึ่งดีกว่าวัสดุประเภท ไฮเท็น ซึ่งจะมีราคาถูกกว่าความทนทานอาจใกล้เคียงกันแต่ก็มีน้ำหนักที่มากกว่า ข้อดีของวัสดุแบบโครโมลี่นี้อีกอย่างก็คือเมื่อเกิดความเสียหายยังสามารถซ่อมแซมได้

– อลูมิเนียม เฟรมจักรยานประเภทนี้จะมีน้ำหนักเบากว่าโครโมลี่ ความทนทานใกล้เคียงกัน แต่จะไม่เป็นสนิมเหมือนโครโมลี่ เป็นวัสดุที่มีความกระด่าง ซึ่งถ้าฟังแบบนี้อาจจะดูไม่ดีแต่จริงๆ แล้วคุณสมบัตินี้ก็เป็นข้อดีสำหรับจักรยานทางเรียบ รวมถึงการใช้เพื่อไต่เขา เมื่อเกิดความเสียหายที่เฟรมจะซ่อมไม่ได้แบบโครโมลี่

– คาร์บอน ไฟเบอร์ เป็นวัสดุเฟรมที่เบาที่สุดจากทั้งหมด และรวมข้อดีของ โครโมลี่ที่ยืดหยุดได้ดีเมื่อเจอทางที่ขรุขระ และกระด่างเมื่อใช้ปั่นบนทางเรียบ จักรยานที่ใช้วัสดุเป็นคาร์บอน ไฟเบอร์จะมีราคาค่อนข้างสูง รวมถึงส่วนประกอบอื่นๆ ที่ใช้คาร์บอน ไฟเบอร์ในการผลิตด้วย

** ทั้งนี้รูปทรงการออกแบบของจักรยานแต่ละยี่ห้อก็มีผลต่อประสบการณ์ที่ผู้ปั่นจะได้รับด้วย

สำหรับจักรยานพับจะต่างจาก จักรยานทั้งหมดที่กล่าวมา เพราะส่วนใหญ่แล้วจักรยานพับแต่ละยี่ห้อมักจะมีลิขสิทธิ์การพับเป็นของตัวเอง หน้าตาของจักรยานพับแต่ละยี่ห้อจึงค่อนข้างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง รวมไปถึงวิธีการพับด้วย โดยส่วนใหญ่แล้วจักรยานพับจะถูกออกแบบมาเพื่อใช้เพื่อเชื่อมต่อการเดินทาง สำหรับคนที่ต้องการจักรยานพับเพื่อใช้เชื่อมต่อการเดินทางก็อาจต้องพิจารณาถึง น้ำหนักของจักรยานรุ่นนั้นๆ พับแล้วสามารถเข็นได้ไหม เป็นจักรยานที่เหมาะสำหรับปั่นกับระยะทางแบบไหนด้วย เพราะบางรุ่นล้อเล็กมากๆ อย่าง Pacific Carry Me ที่มีขนาดล้อเพียง 8 นิ้ว เมื่อพับแล้วเราจะเป็นทรงแท่งแนวตั้ง ทำให้เราสะดวกในการพกพาไปใช้ร่วมกับระบบสาธารณะต่างๆ ได้ง่ายๆ เป็นต้น แต่จักรยานพับส่วนใหญ่ที่เป็นที่นิยมกันก็จะมีขนาดล้อที่ประมาณ 20 นิ้ว อย่าง Dahon จักรยานพับกลาง ที่มีขั้นตอนในการพับเพียงแค่ 3 ขั้นตอนใช้เวลาในการพับไม่ถึง 10 วินาที และมีราคาถูกเป็นต้น

นอกจากนี้จักรยานพับก็ยังมีประเภทที่ทำออกมาเพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์แบบเดียวหรือใกล้เคียงกับผู้ใช้จักรยานเสือหมอบ อย่าง Tyrell จักรยานพับที่มีน้ำหนักเบา ใช้อะไหล่และอุปกรณ์ระดับสูงในแบบเดียวกับที่ใช้ในจักรยานแข่งขัน ซึ่งมีราคาสูงตามไปด้วย

4. รายละเอียดอื่นๆ 

ถ้าคุณเจอร้านจักรยานที่เปิดโอกาสให้ทดลองปั่นได้ควรจะทดลองปั่นดูก่อน เพื่อที่จะได้รู้ว่าคุณเองชอบความรู้สึกที่ได้รับจากจักรยานคันนั้นหรือไม่ ถึงแม้ว่าจักรยานส่วนใหญ่จะมีหน้าตาที่คล้ายๆ กัน แต่ความรู้สึกที่ได้ของจักรยานแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อ แต่ละวัสดุที่ใช้ทำเฟรม ก็ให้ประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป บางคนอาจชอบจักรยานที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวล บางคนชอบจักรยานที่ให้ความรู้สึกพุ่งไหล คล่องตัวปราดเปรียว ว่องไว ประสบการณ์กับจักรยานที่เหมาะสมกับเราอีกข้อหนึ่งที่สำคัญสำหรับคนที่เลือกใช้จักรยานประเภท เสือหมอบ เสือภูเขา ไฮบริด หรือซิตีไบค์ก็คือ เรื่องของขนาดรถ ซึ่งถ้าคุณเจอพ่อค้าใจโฉดก็อาจถูกยัดใส่ขาย เอาจักรยานไซส์ที่ไม่เหมาะสมกับคุณมายัดเยียดขายให้คุณอย่างไร้คุณธรรมได้ ดังนั้นก่อนจะไปเลือกซื้อจักรยานก็ควรรู้จักการเลือกไซส์จักรยานคร่าวๆ สำหรับตัวเองไว้ก่อนก็จะดี เพราะการขี่จักรยานที่ผิดไซส์ก็จะนำมาซึ่งปัญหามากมายแบบที่จะทำให้คุณไม่มีความสุขในการปั่นตามมาได้ในภายหน้า

เครื่องมือวัดไซส์จักรยานเบื่องต้น

คำนวนขนาดจักรยานเสือหมอบ (Road Bike) คลิก

คำนวนขนาดจักรยานเสือภูเขา (MTB) คลิก

bike size

ผลที่ได้หลังกรอกข้อมูลเสร็จ

 

ชาร์ทขนาดของจักรยานตามความสูง (หน่วยเป็นนิ้ว)

MTB – Off Road (Hardtail) MTB – Off Road (Full Suspension)
Height Inside Leg Frame Size Height Inside Leg Frame Size
4’10” – 5’0″ 26″ – 28″ 13″ 5’4″ – 5’7″ 28″ – 30″ 14″, 15″
5’0″ – 5’3″ 27″ – 29″ 14″, 15″ 5’8″ – 5’9″ 29″ – 31″ 16″, 17″, 18″
5’4″ – 5’7″ 28″ – 30″ 16″, 17″ 5’10” + 30″ – 32″ 19″, 20″, 21″
5’8″ – 5’9″ 29″ – 31″ 18″, 19″ .
5’10” – 5’11” 30″ – 32″ 20″
6’0″ – 6’2″ 32″ – 34″ 21″
6’2″ – 6’4″ 33″ – 35″ 22″

 

Hybrid – Leisure/Comfort Hybrid – Sport/Commuter
Height Inside Leg Frame Size Height Inside Leg Frame Size
4’10” + 26″ – 28″ 13″, 14″ 4’10” + 26″ – 28″ 13″, 14″
5’0″ + 27″ – 29″ 15″ 5’0″ + 27″ – 29″ 15″
5’2″ + 27″ – 29″ 16″ 5’2″ + 27″ – 29″ 16″
5’4″ + 28″ – 30″ 17″ 5’4″ + 28″ – 30″ 17″
5’6″ + 28″ – 30″ 18″ 5’6″ + 28″ – 30″ 18″
5’8″ + 29″ – 31″ 19 5’8″ + 29″ – 31″ 19
5’10” + 30″ – 32″ 21″ 5’10” + 30″ – 32″ 21″
6’0″ + 32″ – 34″ 22″ 6’0″ + 32″ – 34″ 22″

 

Road – Standard
Height Inside Leg Frame Size
5’1″ – 5’3″ 27″ – 29″ 48cm
5’3″ – 5’5″ 28″ – 30″ 50cm
5’5″ – 5’7″ 29″ – 31″ 52cm
5’7″ – 5’9″ 30″ – 32″ 54cm
5’9″ – 5’11” 31″ – 33″ 56cm
5’11 – 6’2″ 32″ – 34″ 58cm
6’1″ – 6’3″ 33″ – 35″ 60cm
6’3″ – 6’5″ 34″ – 36″ 62cm

 

Road – Compact Road – Compact – Ladies
Height Inside Leg Compact Frame Size Height Inside Leg Compact Frame Size
5’2″ – 5’4″ 27″ – 29″ XS 5’0″ – 5’2″ 26″ – 28″ 2XS
5’4″ – 5’7″ 29″ – 31″ S 5’2″ – 5’4″ 27″ – 29″ XS
5’7″ – 5’10” 31″ – 32″ M 5’4″ – 5’6″ 28″ – 30″ S
5’10” – 6’0″ 32″ – 33″ M/L 5’6″ – 5’8″ 29″ – 31″ M
6’0″ – 6’3″ 33″ – 34″ L 5’7″ – 5’10” 30″ – 32″ L
6’3″ – 6’6″ 34″ – 36″ XL .

ส่วนจักรยานพับอาจจะมีขนาดแบบกว้างๆ โดยออกแบบมาเพื่อผู้ใช้ที่หลากหลาย ส่วนใหญ่แล้วจะสามารถปรับความสูงของหลักอานได้ ทำให้ความสูงของผู้ปั่นมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ปรับระดับของคอแฮนด์ได้ คุณอาจต้องปรับแต่งเพิ่มอีกเล็กน้อยเพื่อให้เหมาะและลงตัวกับรูปร่างของคุณ หลักการเลือกซื้อจักรยานพับหลักๆ คงเป็นเรื่องของน้ำหนักและการเข็น หากคุณจะนำมาใช้เพื่อเดินทางในชีวิตประจำวัน แต่ถ้าตั้งใจจะซื้อไว้พับใส่รถเอาไปปั่นที่ไหนสักแห่ง ก็ดูแค่ขนาดเมื่อพับแล้ว และความเหมาะสมกับเส้นทางที่คุณอยากจะเอาไปปั่นก็น่าจะเพียงพอครับ

จากข้อมูลทั้งหมดนี้ถ้ามันจะดูเยอะเกินไป และอาจทำให้คุณรู้สึกสับสนมากขึ้นละก็ จำแค่ข้อ 1 และข้อ 2 ก็พอครับ เพียงเท่านี้ก็เป็นโอกาสดีๆ ที่คุณจะเริ่มต้นหาจักรยานคันแรกได้แล้วครับ หรือถ้าต้องการตัวช่วยก็ลองหาหนังสืออย่าง ฺBicycle Catalog มาอ่านดูก็ได้ครับ เพราะจะเป็นหนังสือที่รวบรวมข้อมูลจักรยานรุ่นและประเภทต่างๆ ที่มีจำหน่ายในเมืองไทยในปัจจุบัน รวมทั้งราคาและการติดต่อผู้จัดจำหน่าย

เทคนิคเพิ่มเติม

ปัจจุบันจักรยานหลายแบรนด์เริ่มเปิดให้มีการจำหน่ายจักรยานในแบบผ่อน 0% 6 เดือน หรือ 10 เดือนก็แล้วแต่แบรนด์ ซึ่งนี่เป็นโอกาสดีมากๆ สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่อยากจะ Bike To Work และได้จักรยานดีๆ ไว้ใช้สักคัน แทนที่จะต้องจ่ายด้วยเงินก้อนเดียว ก็ทำให้คุณมีตัวเลือกในการซื้อจักรยานที่โดนใจได้ง่ายขึ้น ด้วยหลักคิดง่ายๆ ดังนี้

หากในแต่ละเดือนคุณมีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง อยู่ที่ราวๆ 3 – 4 พันบาทต่อเดือน คุณสามารถเลือกซื้อจักรยานในราคาตั้งแต่ 2 – 3 หมื่นได้สบายๆ โดยหากเลือกใช้โปร 0% 10 เดือน เท่ากับว่าคุณจะต้องผ่อนจักรยานต่อเดือนละ 2 พันกว่าบาท ซึ่งถ้าคุณปั่นจักรยานไปทำงานทุกวัน คุณจะมีเงินเหลือจากส่วนต่างหลังหักค่าจักรยานไปแล้วอีกราว 1 – 2 พันบาทโดยประมาณ และเมื่อคุณปั่นจักรยานไปทำงานครบ 10 เดือน ในเดือนที่ 11 และจากนั้นคุณจะมีเงินเหลือเพิ่มขึ้นจากค่าเดินทางที่เคยต้องจ่ายและค่ารถจักรยานที่เคยต้องผ่อน อีกราวๆ 3 – 4 พันบาทเลยทีเดียว

 

บทความแนะนำ อุปกรณ์สำคัญนักปั่นต้องมี (โดยเฉพาะมือใหม่)