จันทร์. ก.ค. 22nd, 2019

BKKWheels

เว็บไซต์รวบรวมข้อมูลสังคมจักรยาน เพื่อการดำเนินชีวิต

ปั่นเปลี่ยนชีวิต : ปั่นวันละนิด ชีวิตเปลี่ยน จาก 90 เหลือ 68 กก.

เมื่อไม่นานมานี้ผมได้แชร์ภาพของเพื่อนนักปั่นคนหนึ่งที่จักรยานพาเรามาเจอกัน วันแรกที่พบเค้ารูปร่างราวกับตู้เย็นแต่วันนี้ใครเห็นต่างก็ทักว่านายแบบชัดๆ 1 ปีที่จักรยานเข้ามาสู่ชีวิต ได้เปลี่ยนแปลงเค้าไปอย่างมากมาย ชายที่เคยได้แต่บอกตัวเองว่าไม่มีเวลาออกกำลังกาย แต่ทำไมจักรยานจึงทำให้เค้าหันมา ปั่นเปลี่ยนชีวิต ลองไปติดตามและทำความรู้จักกับเค้าผู้นี้กันครับ “น.ท.พรรษพล จันทะโก”

image

ปั่นเปลี่ยนชีวิต

เมื่อปี 57 ผมเป็นชายอวบระยะสุดท้ายที่หลอกตัวเองเสมอว่า “เรายังไม่อ้วน” ตอนนั้นอายุ 36 สูง169 cm. น้ำหนัก 90 Kg. มีเหตุผลมากมายสำหรับการไม่ออกกำลังกาย อาทิเช่น งานยุ่ง เลิกประชุมเย็น เลิกเรียนดึก(ตอนนั้นเรียน ป.โทตอนเย็นด้วย) เคยเจ็บหัวเข่า บลาๆๆๆ ที่สำคัญผมชอบดื่มเบียร์มากมายถึงขั้นต้องซื้อมาแช่ไว้ในตู้เย็น ผมไม่ค่อยชอบถ่ายรูป ไม่มองกระจก เพราะรับสภาพตัวเองไม่ได้ จนกระทั่งวันนึ่งผลตรวจสุขภาพประจำปีออกมาอยู่ในเกณฑ์ไม่ดีนัก (3 เต็ม 5) แพทย์แนะนำให้ออกกำลังกาย ความคิดแว่บแรกบอกตัวเองเลย “จะเอาเวลาที่ไหน จะบลาๆๆๆๆ” แต่สุดท้ายก็ยอมรับความจริงว่าคงต้องทำ

image


ผมเริ่มจากการเดินบนลู่วิ่งตอน 3-4 ทุ่มที่กลับจากเลิกเรียน เลิกงาน วันละครึ่ง ชม. ทำๆหยุดๆ ได้ไม่ถึงเดือน อาการเจ็บเข่ากลับมาในทันทีที่เริ่มก้าววิ่งบนลู่ ผมจึงหยุดอีกเป็นเดือน หลังจากนั้นผมเริ่มมองหาว่าเราจะออกกำลังกายอะไรได้อีก ที่มันไม่เจ็บเข่า ที่เราชอบ และอยากที่จะทำ ผมหันไปมองจักรยานเสือภูเขาเก่าเก็บที่จอดพิงไว้ในโรงรถ ยางแบนจนเสื่อมสภาพ ผมตัดสินใจถอดล้อ ยกขึ้นรถไปร้านจักรยานใกล้บ้านให้เค้าเซอร์วิสให้ใหม่ทุกสิ่งอย่าง แล้วนำมาปั้นที่สวนสุขภาพใกล้บ้าน ซึ่งเป็นได้ครั้งละ 5-10 km อาทิตย์ละ 1 ครั้งในวันหยุด เนื่องจากการเอาจักรยานถอดล้อ ใส่ท้ายรถ ขึ้นๆลงๆ มันค่อนข้างยุ่งยากสำหรับผม จากน้ำหนัก 90 kg ผ่านไปซักเดือนสองเดือน น้ำหนักผมลดมาเหลือ 88.9 kg มันเป็นอะไรที่เบื่อและท้อมากสำหรับการพยายามจะลดน้ำหนัก ผมมองหาอะไรที่มันง่ายขึ้น “จักรยานพับ” เป็นคำตอบสุดท้ายที่เป็นจุดเปลี่ยนของผมเลยทีเดียว ผมไม่ลังเลรีบไปซื้อจักรยานพับล้อ 14 นิ้ว มาทันที ผมพกไว้ในรถเสมอ หลังเลิกงานผมจะแวะสวนสุขภาพและปั่นวันละครึ่ง ชม.เสมอ ปั่นไปได้ซักพักเวลากับระยะทางก็เพิ่มขึ้น ผมได้เปลี่ยนจักรยานเป็นล้อ 16 นิ้ว และมาถึงจักรยานพับที่เหมาะสมกับผมคือจักรยานพับ ล้อ 20 นิ้ว ทรง mini velo ผมเริ่มปั่นได้ครั้งละ 30-50 km และออกทริปกับพี่ๆ เพื่อนๆ ผมรู้จักงานปั่นจักรยาน Audax ซึ่งเป็นการปั่นจักรยานทางไกล ที่กำหนดด้วยระยะเวลาให้อย่างเหมาะสม

image
ทุกครั้งในการออกกำลังกาย ผมให้ความสำคัญกับเวลาและระยะทาง มากกว่าความเร็ว ผมทำเพื่อลดน้ำหนัก เพื่อความสนุกสนาน และเพื่อนฝูง ผมมีเป้าหมายในการปั่นจักรยานให้ได้ระยะเวลา 45 นาทีขึ้นไป ถ้าได้น้อยกว่า ก็ตามเวลาหรือภารกิจที่มี ถือว่ายังดียังได้ออกกำลังกาย ถ้ามากกว่า 45 นาทีได้ถือว่ากำไรครับ น้ำหนักผมเริ่มลดลงเรื่อยๆ จนคนใกล้ตัวเริ่มสังเกตได้ จาก 88 kg มา 85 kg มา 80 kg กำลังใจจากคนรอบข้างส่งผลให้เรารู้สึกมีพลังที่อยากจะทำ รวมถึงกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับจักรยาน ผมเริ่มเข้าร่วมการปั่นจักรยานระยะไกล 200 km. ซึ่งการจะไปปั่น 200 km. ได้ผมก็จะซ้อมครั้งละ 50 km. รอบๆสวนสุขภาพ ออกทริปกับพี่ๆน้องๆ ในวันหยุดระยะประมาณ 70-100 km. ด้วยจักรยานพับ ล้อ 20 นิ้ว คันโปรดของผม ผมกลายเป็นคนชอบออกกำลังกาย ผมเริ่มอยากวิ่ง และค่อยๆเริ่มจากเดิน(กลัวว่าจะเจ็บเข่าอีก) เดินไปเรื่อย เดินเร็วขึ้นจนร่างกายหรือใจมันคิดอยากจะก้าวเท้าออกไปวิ่งเอง จะ 3 km เป็น 5 km เป็น 8 km และ เป็น 10 km

image
ปัจจุบันผมน้ำหนัก 68 kg ตื่นเช้ามาวิ่งลู่วิ่งไฟฟ้า หรือวิ่งสวนสุขภาพ หรือปั่นจักรยานตามเวลาที่เอื้ออำนวยก่อนมาทำงาน ตอนเย็นถ้าว่างผมก็จะปั่นจักรยานที่สวนสุขภาพ วันหยุดออกทริปกับเพื่อนๆบ้าง อยู่กับครอบครัวบ้างสลับกันไป ผมอยากออกกำลังกาย สนุกกับมัน จนกลายเป็นนิสัย การทานอาหารของผมยังทานปกติ มีมื้อหนักๆ มีมื้อเบาๆ ดื่มเบียร์น้อยลงเพราะกลัวว่าตอนเช้าจะออกกำลังกายไม่ไหว 5555+

image

สิ่งที่ผมเล่ามาทั้งหมด ผมแค่อยากเป็นส่วนหนึ่งที่อยากให้คนหันมาดูแลสุขภาพ มาออกกำลังกาย ไม่จำเป็นต้องวิ่ง ต้องปั่นจักรยาน อะไรก็ได้แค่เราได้ขยับ ได้เหงื่อออก เริ่มทีละนิด เท่าที่เราสบายใจ อย่าไปฝืนทำในสิ่งที่เกินกำลัง ไม่ต้องรีบที่จะทำให้หนักเพื่อให้ได้ผลออกมาเร็ว ค่อยๆปรับตัวแล้วร่างกายเราจะอยากเพิ่มขึ้นเอง อยากย้ำว่าไม่ต้องรีบครับ เพิ่มทีละนิดเพราะเราจะอยู่กับการออกกำลังกายที่เราชอบไปนานๆ

เรื่องโดย น.ท.พรรษพล จันทะโก

เรียบเรียง bkkwheels.com

Facebook Comments

ติดตามเรา