อังคาร. พ.ค. 21st, 2019

BKKWheels

เว็บไซต์รวบรวมข้อมูลสังคมจักรยาน เพื่อการดำเนินชีวิต

ปั่นจักรยานไปทำงาน เตรียมตัวอย่างไร

ในฐานะมนุษย์เมือง เราต่างล้วนถูกบิดเบือนเวลาในการเดินทาง ด้วยสภาพการจราจรที่เกินเยียวยา และนับวันยิ่งสาหัสขึ้นทุกที ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วกรุงเกรงเทพ เป็นเมืองที่เล็กมาก ข้อมูลจากวิกิพีเดีย ระบุว่ากรุงเทพฯ มีพื้นที่ 1,568.737 ตารางกิโลเมตร จากเขตทวีวัฒนาถึงเขตหนองจอก ซึ่งเป็นเขตชายขอบของฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ มีระยะทางห่างกันราวๆ 70  กิโลเมตร หรือจากเขตดอนเมืองที่อยู่เหนือสุดของกรุงเทพถึงสุดชายทะเลที่บางขุนเทียนที่อยู่ทางตอนใต้ ก็มีระยะทางราวๆ 70 กิโลเมตรเท่านั้นเอง

Processed with VSCOcam with m5 preset

ไม่ว่าจะปั่นจักรยานจากตะวันออกถึงตะวันตก หรือเหนือจรดใต้ ของกรุงเทพฯ เราใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ราวๆ 4 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ปัจจุบันหลายคนขับรถยนต์ไปทำงานในรัศมีเพียงแค่ 20 กิโลเมตรจากบ้านถึงที่ทำงานกับต้องใช้เวลาราวๆ 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมง เท่ากับเวลาในการเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปชลบุรีที่อยู่ห่างออกไปราวๆ 80 กิโลเมตร

IMG_1213

ด้วยเหตุนี้เอง ในช่วงเวลาสองสามปีที่ผ่านมา เราจึงพบว่ามีผู้ใช้จักรยานเพื่อการเดินทางไปทำงานมากขึ้น ด้วยเหตุผลที่ว่า เสียดายเวลาที่สูญเสียไปบนถนน และถ้าหากวันนี้ใครสักคนสนใจอยากจะลองปั่นจักรยานไปทำงานดูบ้าง ควรเตรียมตัวอย่างไรดี ลองมาดูกันครับ

riese&müller shoo

เหตุผลอะไรที่ทำให้คนตัดสินใจ ปั่นจักรยานไปทำงาน

  • เวลาที่สูญเสียไประหว่างการเดินทาง จากการจราจรที่ติดขัดของจำนวนรถยนต์ส่วนบุคคล หรือแม้แต่ผู้ใช้บริการระบบสาธารณะ ที่มีจำนวนผู้ใช้หนาแน่นมากขึ้น หรือรถเมล์ที่ต้องใช้เวลาในการรอนาน
  • ความเบื่อหน่ายต่อระบบการให้บริการที่ไม่เต็มใจให้บริการ ทั้งการขับรถอย่างไร้วินัยของพนักงานขับรถ ความหยาบคายของพนักงานเก็บค่าโดยสาร การปฎิเสธผู้โดยสารของแท็กซี่ และพฤติกรรมก้าวร้าวของพนักงานให้บริการบนรถสาธารณะ
  • ต้องการหลุดพ้นจากสภาวะและความรู้สึกเดิมๆ ที่น่าเบื่อหน่าย อันเกิดขึ้นจากการเดินทาง ทั้งเวลาไปทำงานและเวลากลับบ้าน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ซ้ำๆ แบบเดิมทุกวัน จนบั่นทอนความสุข และโอกาสในชีวิต

จะ Bike To Work ต้องเตรียมตัวอย่างไร

IMG_5810

เลือกจักรยานใช้งานให้เหมาะสมกับเส้นทาง ระยะทาง และลักษณะการใช้งาน อาทิเช่น เดินทางระยะไม่เกิน 10 กิโลเมตร อาคารไม่มีที่จอดปลอดภัย และต้องใช้เส้นทางที่มีการจราจรคับคั่ง อาจเลือกใช้จักรยานพับ หรือจักรยานประเภท Mini Velo ซึ่งมีความคล่องตัวในการเดินทางสูงด้วยขนาดล้อที่เล็ก สามารถลัดเลาะไปตามช่องว่างระหว่างที่รถติดได้อย่างดี เมื่อถึงจุดหมายสามารถพับและไปเก็บไว้ในสำนักงานได้ หรือ หากบ้านอยู่ไกลเกินกว่า 10 กิโล อาจพิจารณาเป็นจักรยานเสือภูเขา หรือไฮบริด หรือจักรยานประเภทซิตี้ไบค์ทั้งหลาย ที่จะช่วยให้การเดินทางรวดเร็วมากขึ้น แต่หากเจอกับถนนที่มีการจราจรคับคั่งก็อาจจะไม่สะดวกนัก และทั้งนี้ต้องคำนึงถึงสถานที่จอดที่ปลอดภัยด้วย

IMG_0631

ศึกษาและทำความรู้จักรวมถึงพิจารณาเส้นทางที่จะใช้ในการเดินทางไปและกลับให้เหมาะสม หากไกลเกินไปอาจใช้จักรยานร่วมกับพาหนะอื่น เช่น เอาลงเรือข้ามฟากแทนที่จะปั่นขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำ หรือพับขึ้นรถไฟใต้ดิน รถไฟฟ้า แทนที่จะต้องปั่นยาวตลอดเส้นทาง การใช้เส้นทางรองในช่วงเวลากลางวันก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสม เพราะรถจะวิ่งช้ากว่าถนนหลัก อีกทั้งฝุ่นควันมลพิษ รวมถึงร่มไม้ระหว่างทางมีมากกว่า และยังช่วยเลี่ยงจากการติดไฟแดงตามแยกต่างๆ ได้ด้วย นอกจากนี้หากจำเป็นต้องปั่นจักรยานกลับบ้านยามวิกาลควรเลือกใช้ถนนสายหลักที่มีคนและยานพาหนะพลุกพล่านจะปลอดภัยกว่า การเลือกถนนสายรองรถน้อยแต่ว่าเปลี่ยวเพราะอาจตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมได้

IMG_1180

ควรเลือกเสื้อผ้าในการปั่นไปทำงานให้เหมาะสม หากระยะทางเกินกว่า 5 กิโลเมตรควรสวมเสื้อผ้าที่สามารถระบายอากาศได้ดี และมีชุดสำหรับไว้เปลี่ยนที่ทำงาน ไม่ควรสวมรองเท้าคลีทขณะปั่นไปทำงาน เพราะนอกจากจะเพิ่มสัมภาระให้ตัวเองโดยไม่จำเป็นแล้ว (หากจำเป็นต้องใช้ ควรเลือกใช้รองเท้าคลีทแบบเสือภูเขา ซึ่งมีรองเท้าที่สามารถใช้ใส่ปั่นและใส่เดินได้ในชีวิตประจำวัน) การปั่นจักรยานในเมืองด้วยรองเท้าแบบคลีทยังทำให้เราอาจพบกับอุบัติเหตุแบบไม่คาดฝันได้มากขึ้น และอาจทำให้อุบัติเหตุเล็กๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นได้ ควรเลือกสวมรองเท้าที่ใส่สบายและหุ้มเท้าได้ทั้งหมด เพราะหากเกิดเหตุไม่คาดฝันก็ยังสามารถป้องกันบาดแผลที่เท้าได้ รวมไปถึงอุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ เช่นหมวกกันน๊อค และถุงมือ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ควรสวมใส่เสมอเมื่อใช้จักรยานเดินทางในเมือง

IMG_9506

ควรติดไฟหน้า หลังที่มองเห็นได้ชัดเจน หลายคนใช้ไฟผิดประเภทในการเดินทาง เห็นแก่ราคาถูกแต่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยต่อชีวิต ไฟซิลิโคลนดวงละไม่ถึง 100 บาท อาจถูกและใช้สะดวกจริง แต่เมื่ออยู่บนถนนที่มีแสงไฟมากมายจากรถใหญ่ จากถนนก็มีค่าเท่ากับแสงหิ่งห้อย หรือยิ่งเวลาที่ถ่านอ่อนลงแม้แต่ปั่นอยู่ในถนนมืดๆ ที่แสงสลัวก็แทบจะมองไม่เห็น หากจำเป็นต้องเลือกซื้อไฟหน้าท้าย ควรคำนึงถึงความสว่าง ที่จะสามารถเตือนให้พาหนะอื่นๆ เห็นได้ในระยะไกลอย่างชัดเจน และไฟหน้าควรส่องให้เห็นเส้นทางได้ด้วย เพราะถนนกรุงเทพฯ นั้นมีความอันตรายสูงมาก ทั้งฝาท่อที่ออกแบบโดยไม่คำนึงถึงผู้ใช้จักรยาน และผิวถนนที่เสื่อมโทรมขาดการเอาใจใส่ ไฟหน้าควรเป็นไฟสีขาว และไฟท้ายควรเป็นไฟสีแดง หรืออาจใช้ร่วมกับอุปกรณ์สะท้อนแสง ที่สามารถติดตามร่างกายได้

image

 

เนื่องจากเมืองไทยเป็นเมืองร้อน คุณอาจจำเป็นต้องใส่ใจต่อผิวพรรณบ้าง ทั้งการใช้ผ้าปิดหน้า ที่มีช่องระบายจมูกให้หายใจได้คล่อง ปลอกแขนที่มีคุณสมบัติกัน UV รวมไปถึงการเลือกใช้ครีมกันรังสี UV เพื่อปกป้องผิวพรรณของคุณขณะที่ต้องออกมาเจอแดดด้วย

 

สำหรับคนที่ไม่มีห้องอาบน้ำที่ทำงาน ควรเลือกวิธีนำเสื้อผ้ามาเปลี่ยน สามารถใช้ผ้าเช็ดตัวชุบน้ำหมาดๆ เพื่อเช็ดตัวและตามด้วยโรลออน หรือสเปรย์ดับกลิ่นกายได้ หากที่ทำงานไม่มีที่ตากผ้า หรือการใช้ผ้าเช็ดตัวดูจะยุ่งยากไป ทิชชู่เปียกก็เป็นอีกเครื่องมือทำความสะอาดร่างกายอีกวิธีหนึ่งที่สามารถใช้ได้ และปัจจุบันยังมีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกายที่สะดวกสบายอีกมากมายด้วย ซึ่งเราสามารถใช้เช็ดตามจุดพับต่างๆ เช่นใต้วงแขน หรือลำตัว จากนั้นจึงค่อยใช้สเปรย์ดับกลิ่นกาย เพียงเท่านี้ก็ทำให้สดชื่นเหมือนเพิ่งอาบน้ำมาจากบ้านได้เช่นกัน แต่ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการทำความสะอาดร่างกาย ควรรอให้เหงื่อแห้งเสียก่อน หรือร่างกายกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

IMG_0745

ฤดูกาลที่เป็นอุปสรรค์ในการปั่นจักรยานมากที่สุดสำหรับเมืองไทย คือหน้าฝน ซึ่งหากทำให้ชีวิตลำบากเกินไปก็อาจจะหยุดใช้จักรยานในช่วงนี้ หรือถ้าสามารถปรับตัวได้ ก็ควรเตรียมเสื้อกันฝนติดไปด้วย หากฝนตกระหว่างทางปั่นกลับบ้านอาจเลือกปั่นบนทางเท้า แทนการใช้ถนนซึ่งมีอันตรายจากน้ำที่ท่วมขัง ปิดบังทัศนะวิสัย และน้ำที่สาดกระเด็นจากรถยนต์ รวมถึงถนนที่ลื่นด้วย

IMG_0674

นอกจากถนนสายหลักแล้ว ลองศึกษาหาเส้นทางใหม่ๆ ในการเดินทาง ที่จะช่วยให้เราปั่นได้อย่างปลอดภัยและสบายใจขึ้น

** กรณีที่บ้านอยู่ไกลมากๆ อาจใช้จักรยานเป็นพาหนะเดินทางเชื่อม บ้านอยู่ราชพกฤษ ทำงานพระราม 4 ก็อาจปั่นจักรยานขึ้นสถานีบางหว่า มาลงสถานีสุรศักดดิ์ จากนั้นจึงปั่นจักรยานไปยังที่ทำงานต่อก็ได้

Processed with VSCOcam with m3 preset

ข้อควรระวังในการ ปั่นจักรยานไปทำงาน

  • ไม่ควรสวมหูฟังขณะปั่นจักรยาน เพราะจะทำให้เราไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายได้

IMG_4828

  • ไม่ควรปั่นจักรยานย้อนศรบนถนน หากมีความจำเป็นต้องสวนเลน ควรเลือกใช้ทางเท้าแทนโดยพิจารณาจากสถานการณ์หากมีคนเดินพลุกพล่านควรจูงผ่านไป แต่ถ้าหากเป็นไบค์เลนบนทางเท้าก็สามารถปั่นสวนเลนได้ตามปกติ ทั้งนี้ควรเคารพผู้เดินบนทางเท้าด้วย

IMG_9816

  • ขณะติดไฟแดงควรอยู่ด้านหน้าสุดเสมอ และเตรียมพร้อมที่จะออกตัวตลอดเวลา ควรสังเกตเลนที่อยู่รอบด้านว่าไม่มีรถฝ่าไฟแดงออกมาแล้ว ก่อนที่จะเคลื่อนตัวออกไป เมื่อออกตัวข้ามแยกไปแล้วควรเข้าเลนซ้ายให้เร็วที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการกีดขวางรถคันอื่นๆ ที่ตามมา เนื่องจากเป็นช่วงที่รถต่างๆ กำลังเร่งความเร็ว
  • กางเกงใน หรือชุดชั้นในที่ใช้ควรเลือกประเภทที่มีเนื้อผ้าแบบกีฬา หรือสำหรับใส่เพื่อการกีฬา เพราะว่าจะทำให้เราไม่ต้องบาดเจ็บจากตะเข็บของกางเกง ขณะใส่ปั่น ซึ่งกางเกงในบางประเภทจะมีตะเข็บที่คบและกระด้าง เมื่อใส่ปั่นจักรยานอาจเกิดการบาด หรือทำร้ายผิวหนังเราได้

IMG_0674

  • ถนนเลนซ้ายส่วนใหญ่ในเมืองจะเต็มไปด้วยท่อ ดังนั้นจึงไม่ควรปั่นจักรยานชิดเลนซ้ายจนเกินไป เพราะนอกจากจะสร้างความลำบากในการปั่นให้ตัวคุณเองแล้ว บางกรณีหากเราต้องหลบหลุมหรือสิ่งใดๆ ที่จะสร้างความลำบากในการปั่นจักรยานของเรา ออกมาทางขวา อาจก่อให้เกิดอันตรายจากรถที่ตามมาได้ ดังนั้น หากจำเป็นต้องปั่นจักรยานบนถนนใหญ่ ควรห่างจากฟุตบาทอย่างน้อย 1 เมตร และไม่ควรปั่นลดเลี้ยวไปมา เพราะจะทำให้ผู้ใช้ถนนคนอื่นๆ คาดเดาเราไม่ได้ หากจำเป็นจะต้องเลี้ยวซ้ายขวา หรือเปลี่ยนเลนควรให้สัญญาณมือให้รถคันอื่นเห็นได้ชัดเจน
  • หากระยะทางปั่นไกลกว่า 15 กิโลเมตร ควรพกกระติกน้ำไว้ดื่มระหว่างทางเพื่อทำให้ร่างกายไม่ต้องสูญเสียน้ำเกินความจำเป็น

IMG_9948

  • ไม่ควรแบกหรือสะพายสัมภาระหนักเกินไป เพราะหากทำบ่อยๆ อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ และสัมภาระที่หนักเกินไปจะทำให้เราควบคุมจักรยานได้ไม่ดี

IMG_1266

  • สุดท้ายควรคำนึงถึงความปลอดภัยในการเดินทางเป็นอันดับแรกและไม่ใช้ถนนด้วยความประมาท ที่สำคัญสิ่งที่ต้องพกติดตัวไว้เสมอคือน้ำใจและรอยยิ้ม แล้วคุณจะพบว่ามิตรภาพบนท้องถนนนั้นคือหนึ่งแรงดึงดูดที่ทำให้คุณอยากปั่นจักรยานไปทำงานทุกๆ วัน

[gdlr_video url=”youtu.be/ekq_uQKWijE” ]

ติดตามเรา