อาทิตย์. มิ.ย. 16th, 2019

BKKWheels

เว็บไซต์รวบรวมข้อมูลสังคมจักรยาน เพื่อการดำเนินชีวิต

จากโปรเจ็คมหาลัยสู่ก้าวที่ยิ่งใหญ่ Riese & Muller

ก้าวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ของใครบางคนอาจเริ่มต้นขึ้นที่โรงจอดรถ เช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่ สตีฟ จ๊อบ และ สตีฟ วอซเนียก คิดค้นก็เกิดขึ้นที่โรงจอดรถเช่นกัน และพวกเค้าก็ไม่ใช่ 2 คนแรก ที่เริ่มต้นสู่ย่างก้าวที่ยิ่งใหญ่ของชีวิตจากโรงจอดรถของครอบครัว แต่ในวงการจักรยาน ก็มี 2 นักคิดที่เริ่มต้นชีวิตจากโรงจอดรถของครอบครัวเช่นกัน 2 คนที่ว่านั้นก็คือ Markus Riese and Heiko Müller. เส้นทางแห่งความสำเร็จอาจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เหมือนเช่นที่เอดิสันกล่าวว่า อย่าเรียกการทดลองที่ผิดพลาด 700 ครั้งว่าความล้มเหลว แต่ให้เรียกว่าการเรียนรู้ เพราะนั่นทำให้เรารู้ 700 วิธีที่ไม่ควรทำ และนั่นอาจเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จของใครอีกหลายคน

heiko-mueller-markus-riese-01-He

Markus Riese and Heiko Müller.

ด้วยเป้าหมายร่วมกันของ Markus Riese and Heiko Müller. ที่จะพิชิตรางวัล Hesse Innovation Prize จึงทำให้ 2 หนุ่มจากมหาวิทยาลัย Darmstadt ใช้พื้นที่โรงรถธรรมดาๆ ของครอบครัวเป็นที่พัฒนาจักรยานด้วยความรู้ด้านวิศวกรรมของทั้งสองคนผนวกเข้ากับความคิดสร้างสรรค์และแรงผลักดันที่จะคว้ารางวัล Hesse Innovavation Prize 1993​ และด้วยแรงผลักดันนี้เองที่ส่งให้เขาทั้งสอง ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมจักรยานระดับโลก และสร้างแบรนด์จักรยานสายพันธุ์เยอรมันให้เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศยุโรป อเมริกาและญี่ปุ่น

CARROUX.COM
CARROUX.COM

จุดเริ่มต้น 1993-1996​
​ช่วงปลายทศวรรษที่ 80  Markus Riese และ Heiko Muller  ซึ่งเป็นเพื่อนกันและมีความสนใจร่วมกันในเรื่องของจักรยานและกำลังศึกษาอยู่ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย Darmstadt ทั้งคู่มักใช้เวลาว่างด้วยกันไม่ว่าจะเป็นพักกลางวันหรือหลังเลิกเรียนในโรงรถเพื่อทดลองแก้ไข ปรับปรุงจักรยานตามแนวความคิดของตัวเองเสมอๆ  ซึ่งถือเป็นงานอดิเรกที่ทั้งสองคนมักทำร่วมกัน

มาในช่วงปี 1992  Markus ได้เกิดแนวความคิดอยากจะได้จักรยานที่สามารถพับพกพาไปที่ต่างๆ ได้ และต้องสมบุกสมบันพร้อมตะลุยไปได้ทุกที่ พวกเขาจึงเกิดความมุ่งมั่นและทุ่มเทเวลาทั้งหมดเพื่อประดิษฐ์จักรยานพับรูปแบบใหม่ที่สามารถรองรับการสั่นสะเทือน  Full-Suspension Bike โดยให้ความสำคัญกับจุดต่อพับและตัวล๊อคข้อต่อต่างๆ เพื่อความมั่นคงและทนทานแต่พับเก็บให้เล็กลงได้ โดยเรียกผลงานของพวกเขาว่า birdy ถือเป็นจักรยานพับรูปแบบใหม่ที่ฉีกแหวกออกไปจากจักรยานพับอื่นๆ ทั่วไปที่มีวางขายในขณะนั้น

Faltrad Birdy / Riese und MŸller

​ต่อมาในปี 1993 Markus ได้อ่านหนังสือพิมพ์และได้ทราบข่าวเกี่ยวกับรางวัล Hesse Innovavation Prize ประจำปี ขณะนั้นเหลือเวลาส่งผลงานแค่ 10  วันเท่านั้น ดังนั้นพวกเขาทั้งคู่ใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนเพื่อเร่งสร้างจักรยาน birdy ต้นแบบเพื่อส่งเข้าประกวด ซึ่งพวกเขาสามารถคว้ารางวัลเกียรติยศมาครอบครองได้เป็นผลสำเร็จ แต่เจ้า birdy ที่ว่านี้ไม่ได้มีส่วนใดเลยที่สร้างมาจากอลูมิเนียม หลังจากนั้นเพื่อให้เป็นที่รู้จักและต่อยอดความสำเร็จในระดับที่ใหญ่ขึ้นไปพวกเขาจึงได้พยายามที่จะนำเสนอไอเดียจักรยานพับรูปแบบใหม่ออกไปสู่พื้นที่ใหม่ๆ โดยนำผลงานไปแสดงในระดับอินเตอร์อีกหลายแห่ง ที่สำคัญได้แก่ งานแสดงจักรยาน Intercycle  จัดขึ้นในเมือง  Colonge และ Eurobike  จัดขึ้นในเมือง Friedrichshafen

ปีต่อมา Markus และ Reise ได้พัฒนาปรับปรุงจักรยาน birdy อีกหลายจุด พร้อมกันนั้นพวกเขาทั้งสองได้พยายามมองหาแหล่งเงินทุนเพื่อการผลิตขายอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ท้ายที่สุดในงานจัดแสดงจักรยาน  Eurobike 1994  หลังจากที่ทั้งคู่ได้นำเสนอต้นแบบ birdy ตัวใหม่   George Lim นักลงทุนชาวไต้หวัน ได้พูดกับพวกเขาว่า “… ผมจะสร้างเจ้าสิ่งนั้น…และผมอยากขายมันด้วย…” ภายหลังที่ได้มีการเจรจาพูดคุยถึงข้อตกลงต่าง ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปีต่อมาสายการผลิต birdy  จึงได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นในไต้หวันอย่างเป็นทางการ และถูกส่งไปขายทำตลาดทั้งในเยอรมัน ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา …จุดนี้เองที่เป็นก้าวเริ่มต้นที่สำคัญในวงการอุตสาหกรรมจักรยานของ 2 หนุ่มวิศวกรจากเมือง Darmstadt

สู่การเติบโตและพัฒนา 1997 – 2007

แม้ว่าตลาดของ birdy ได้กลายเป็นจริงขึ้นมาแล้วและกำลังเริ่มต้นไปได้ด้วยดี แต่ว่าความคิดและไอเดียสร้างสรรค์ของ 2 หนุ่ม  Markus และ  Heiko ดูจะไม่จบเพียงเท่านั้น การได้แรงบันดาลใจจากความนิยมของจักรยาน Mountain Bike ในช่วงเวลานั้นทำให้ทั้งคู่คิดถึงจักรยาน Full-Suspension Bike ที่ปั่นได้สบาย พวกเขาคิดว่าจักรยานที่ใช้ล้อขนาด 26” นั้นเหมาะที่สุดสำหรับรถ Full-Suspension  ซึ่งพวกเขาเรียกมันว่า “Fullys” และแล้วในปี 1997 พวกเขาได้ผลิต จักรยาน “Avenue’’ และ ‘’Culture” ซึ่งเป็นรถ 26” รุ่นแรกๆ ที่ออกมาเพื่อพิสูจน์ทฤษฏีของพวกเขา  ถัดมาในปี 1998 ก็ส่งรถแนวสปอร์ต “Delite” ออกมาตอกย้ำความเชื่อดังกล่าวซ้ำอีก  และแน่นอนพวกเขาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีอีกครั้งหนึ่งจากบรรดาผู้ที่รักการปั่นอย่างมากมาย


​นอกจากชื่อเสียงทางด้านคุณภาพและความทนทานของสินค้าแล้ว ด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์ที่ดูเหมือนจะไม่มีวันหมดของ2 หนุ่ม  Riese & Muller  จึงมีความโดดเด่นในเรื่องของแปลกใหม่ของผลิตภัณท์จนกลายเป็นเอกลักษณ์ บริษัทของพวกเขาได้ทำการออกแบบและสร้างจักรยานหลากหลายประเภทเพื่อตอบสนองลูกค้าหลายๆ กลุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะกลุ่มสาวๆ แม่บ้านด้วยจักรยานขนของที่มีเบาะนั่งสำหรับเด็กน้อย  The Gemini   หรือ The Equinox จักรยานที่มาพร้อมเก้าอี้โซฟาพักหลังเพื่อความสบายในการขี่ ส่งผลแบรนด์ของพวกเขาทั้งคู่เข้าไปอยู่ในใจคนสมัยนั้นชนิดที่ว่า เมื่อคิดถึงเรื่องจักรยานต้องคิดถึง Riese & Muller

Facebook Comments

ติดตามเรา