พุธ. พ.ค. 22nd, 2019

BKKWheels

เว็บไซต์รวบรวมข้อมูลสังคมจักรยาน เพื่อการดำเนินชีวิต

Keen Commuter 4 รองเท้า MTB ที่พร้อมไปทุกที่กับคุณ

เมื่อหลายวันก่อนหน้านี้ ผมมีโอกาสได้ลองรองเท้าคู่หนึ่ง เป็นรองเท้าสไตล์ลำลองใส่ในแบบสบายๆ ที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่ที่ไม่ธรรมดาก็คือ มันออกแบบมาให้ใส่คลีท (cleat) เพื่อปั่นจักรยาน เหมือนกับรองเท้าจักรยานได้ด้วย …

ก่อนที่จะเล่าให้ฟังถึงรองเท้าคู่นี้ ก็ต้องขอออกตัวก่อนว่า ผมไม่ใช่ กูรู หรือมีความรู้ด้านนี้อะไรเท่าไรเลยนะครับ เอาเป็นว่า ผมเล่าให้ฟังในฐานะ ผู้ใช้งาน จากการที่ได้ใช้งานจริงมาระยะหนึ่งก็แล้วกัน ยังไงก็โปรดใช้วิจารณญาณด้วยก็แล้วกันนะครับ

เอาล่ะครับ มาเริ่มกันเลยดีกว่า รองเท้าคู่นี้เป็นยี่ห้อ KEEN ครับ มีชื่อรุ่นว่า commuter 4 ซึ่งการตั้งชื่อรุ่นนี่ ผมว่า ตั้งได้เหมาะสมกับลักษณะของการใช้งานมากครับ

image
KEEN commuter IV

อันที่จริง ผมเคยสนใจรองเท้า KEEN มาตั้งแต่รุ่น commuter III แล้วครับ แต่ว่าตอนนั้น ผมมีรองเท้าคู่อื่นที่เป็นสไตล์รองเท้าแตะที่ใช้ปั่นจักรยาน (bike sandal) อยู่แล้ว ตอนนั้นก็เลยยังไม่ได้หามาใช้งานครับ

แต่พอได้มาเห็นตัวจริงของ commuter 4 ตัวนี้ เห็นถึงความแตกต่างจากรุ่นก่อนค่อนข้างชัดเจน จากที่รุ่นก่อน เป็นรองเท้าแตะแบบรัดส้น ก็กลายมาเป็นหุ้มส้น แถบตีนตุ๊กแกที่รัดข้อเท้า ก็หายไป กลายมาเป็นระบบเชือกรูดที่สะดวกกว่าแทน และอีกอย่างหนึ่งที่เห็นได้คือ พื้นรองเท้าที่เหมือนจะมีลวดลายที่น่าจะเกาะพื้นได้หนึบขึ้น …

image
ในส่วนของพื้นรองเท้า จะมีช่องเจาะเอาไว้ให้ใส่คลีทได้ มีฝาปิดช่องไว้ เวลาที่ไม่ได้ใส่คลีท

คลีทที่ใส่กับรองเท้านี้ได้ จะเป็นคลีทของบันได MTB ในรูปแบบ SPD style นะครับ ถึงแม้ SPD จะเป็นชื่อเรียกของ shimano ก็ตาม แต่สำหรับบันไดยี่ห้ออื่นๆ ที่มีลักษณะของคลีทที่คล้ายคลึงกัน ก็สามารถใช้ด้วยกันได้ครับ เช่นรถของผมใช้บันได crank brothers รุ่น egg beater ก็ใส่ได้ครับ

image
สำหรับเรื่องน้ำหนักของรองเท้า ถ้าเอาไปเทียบกับรองเท้าแตะทั่วไป ด้วยพื้นยางที่หนากว่าแล้ว ย่อมมีน้ำหนักมากกว่าเป็นธรรมดา แต่ผมลองเทียบดูกับรองเท้าจักรยาน MTB ที่ใช้อยู่ ก็รู้สึกเหมือนจะพอๆ กันเลย ติดจะเบากว่านิดนึงด้วยซ้ำไป (ที่บ้านผมไม่มีเครื่องชั่งละเอียดครับ)

image

ผมมีโอกาสปั่นจักรยานเล่น ผ่านร้านจักรยานใกล้ๆ บ้าน เลยแวะเข้าไปขอยืมเครื่องชั่งดิจิตอล ชั่งน้ำหนักรองเท้าเสียเลย 0.83 Kg ครับ ต้องขอบคุณ ร้าน SPK bike shop ด้วยนะครับ … :)

image

หลังจากที่ได้รองเท้ามาก็ลองใส่ดูก่อนเลยครับ สัมผัสแรกที่รู้สึกคือ มันค่อนข้างกระชับหลังเท้าได้แน่นมาก จนรู้สึกเหมือนว่าจะคับนิดๆ ผมต้องขยายเชือกรูดออก แล้วปรับให้พอดีใหม่ ซึ่งก็ปรับได้พอดี ในขณะที่ด้านหัวของรองเท้ายังมีพื้นที่เหลืออยู่ ไม่รู้สึกว่าถูกบีบเลย สามารถขยับนิ้วเท้าได้สบายๆ ซึ่งก็น่าจะทำให้ใส่ได้สบาย แม้จะใส่เป็นเวลานานๆ (อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับรูปทรงเท้าของผู้ใส่ด้วยนะครับ) …

เรื่องของขนาดของรองเท้านี่ ผมเพิ่งมาทราบภายหลัง หลังจากที่กลับมาบ้านแล้วครับ จึงลองเปิดเข้าไปดูในเวบของ KEEN เอง http://www.keenfootwear.com/ ซึ่งได้แนะนำว่า ถ้าจะสั่งซื้อรองเท้ารุ่นนี้ ควรเผื่อขนาดไว้ ให้ใหญ่กว่าขนาดปรกติที่เราใส่ไว้ครึ่ง size ครับ

image

Keen Commuter 4 กับการใช้ในชีวิตประจำวัน

วันรุ่งขึ้น ผมลองใส่รองเท้าคู่นี้ โดยตั้งใจว่าจะลองใส่ทำกิจกรรมต่างๆ ดูทั้งวันเลย ใส่เดินทั้งในบ้าน นอกบ้าน ใส่ปั่นจักรยาน ปั่นไปถ่ายรูป แวะตลาด กินข้าว ฯลฯ โดยที่ยังไม่ได้ใส่คลีท เพื่อจะเปรียบเทียบได้กับตอนที่ใส่คลีทเข้าไปแล้ว

และจากความที่มันค่อนข้างกระชับเท้า บวกกับความเคยชิน ผมจึงไม่ใส่ถุงเท้า (เพราะคู่เก่าผมปั่นลุยไปไหนๆ ไม่เคยใส่ถุงเท้า ไม่ต้องกลัวถุงเท้าเปียกด้วย 555)

เริ่มจากการเดินก่อนเลย เดินบนพื้นกระเบื้องในบ้าน ให้ความรู้สึก กระชับเท้า นุ่ม หนึบ เงียบ แม้คราวแรกที่กังวลว่า พื้นรองเท้าอาจจะค่อนข้างแข็ง เพราะต้องใช้ปั่นจักยานด้วย จะทำให้เดินไม่ค่อยสบายนัก แต่ก็ไม่เลยครับ พื้นรองเท้าถูกออกแบบมาให้โค้งนิดๆ เข้ากับการก้าวเท้าพอดี ไม่ใช่เป็นแผ่นเรียบเหมือนไม้กระดาน และแผ่นรองอุ้งเท้าด้านใน ก็เสริมความรู้สึกนุ่ม หยุ่น ทำให้สบายเท้าเวลาเดินได้ดีด้วย …

ผมได้ลองเดินเข้าไปในตลาดสด ซึ่งพื้นมักจะเปียกและลื่น ทุกครั้งที่ผมมาเดินตลาดนี้ ผมจะค่อนข้างระวังมากเลยครับ เพราะผมเคยลื่นเพราะรองเท้าแตะคู่เก่ามาแล้ว แต่คราวนี้ ถึงจะรู้สึกว่ามั่นใจได้มากขึ้น เพราะพื้นรองเท้าก็ยังเกาะได้ดี แต่ผมก็ยังระวังอยู่ดีครับ ปลอดภัยไว้ก่อน … 555

ลองออกมาปั่นจักรยานดูบ้าง ด้วยการออกแบบให้มีส่วนระบายอากาศที่เปิดโล่งค่อนข้างมาก ถึงจะมีส่วนปิดที่คลุมบริเวณส่วนหัวของรองเท้า เพื่อปกป้องอันตรายที่จะเกิดกับนิ้วเท้า แต่ก็ยังให้ความรู้สึกโปร่ง โล่ง สัมผัสกับอากาศที่ไหลผ่านเท้าไปในขณะที่ปั่นจักรยาน ทำให้เย็นสบาย ไม่อับชื้น ซึ่งอันนี้ก็น่าจะมีประโยชน์มาก ในกรณีที่ฝนตก หรือต้องลุยน้ำ …
ตกลงว่า วันนั้นเกือบทั้งวัน ผมใส่รองเท้าคู่นี้ตลอด ทำกิจกรรมมากมายหลายอย่าง ซึ่งก็ให้ความรู้สึกที่ดีมาก โดยเฉพาะการเดินให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลดีมาก แต่มีอยู่สองอย่างที่รู้สึกขัดๆ อยู่บ้าง อย่างหนึ่งก็คือ การขับรถครับ วันนั้นขับรถไม่ถนัดเลย คงเพราะยังไม่ชินกับน้ำหนักเท้าที่ส่งผ่านพื้นรองเท้าใหม่ (ซึ่งอันนี้ ผมเองเป็นทุกครั้งที่เปลี่ยนรองเท้าใหม่ ต้องใช้เวลานิดนึงในการปรับตัว …)

image

และอีกอย่างนึงที่ไม่ชอบสำหรับวันนั้น ผมอาจจะเห่อรองเท้ามากเกินไป ใส่ทั้งวัน เดินตลาด ปั่นจักรยาน เดินห้าง ช๊อปปิ้ง จนกระทั่งกลับมาถึงบ้าน ถอดรองเท้าออก … รองเท้ามันกัดผมครับ … แงๆๆๆ …

Keen Commuter 4 เมื่อติดคลีท

วันรุ่งขึ้น ผมติดตั้งคลีทให้กับรองเท้า ปรับตำแหน่งจนเข้าที่แล้ว พอดีมีเพื่อนรุ่นน้องมาชวนไปปั่นจักรยานเล่นกัน เข้าทางเลยครับ กำลังจะลองรองเท้าพอดี แล้วจะได้ไปถ่ายรูปด้วย …

ผมกับเพื่อนปั่นกันไปทีี่บึงหนองบอน ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านผมไปประมาณ 35 กม. โดยปั่นไปบนถนนหลัก ปั่นไปแบบเรื่อยๆ ไม่ได้เร่งรีบอะไรนัก ไหลไปตามกระแสการจราจรที่ไม่ได้ติดขัดมากนัก เพราะเป็นวันหยุดด้วย

รองเท้าที่กระชับพอดี กับการปรับตำแหน่งคลีทที่เหมาะสม ทำให้ไม่เป็นปัญหากับการใส่เข้า ปลดออก ของรองเท้าบ่อยๆ อันเนื่องมาจากสภาพการจราจร แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน กับความเคยชินในการใช้งานของผู้ใช้ด้วย แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ สติ ครับ …

อากาศยามเที่ยงกว่าๆ ถือว่าร้อน แต่วันนี้ดีหน่อย เพราะเมฆค่อนข้างมากมาช่วยบังแสงจากดวงอาทิตย์ไปได้บ้าง แต่ก็เรียกเหงื่อของนักปั่นออกมาได้พอดูเหมือนกัน แต่ในส่วนของเท้าที่อยู่ในรองเท้า ผมกลับไม่รู้สึกอับ หรืออบอ้าวอะไรเลย คงเพราะการระบายอากาศที่ทำได้ดีจากความโปร่งของรองเท้านั่นเอง ถึงแม้ว่าวันนี้ผมจะใส่ถุงเท้าก็ตาม (พอเจ็บก็เริ่มจะเกิดปัญญา) … 555

image
เราปั่นมาถึงบึงหนองบอนประมาณบ่ายโมงค่อนๆ น่าจะสรุปได้ว่า ฟังก์ชั่นของการเป็นรองเท้าที่ใส่ปั่นจักรยานได้ ทำได้ดีเหมือนรองเท้าจักรยานทั่วไป การระบายอากาศทำได้ดีมาก คราวนี้ก็เหลือการลองเดินในสภาพพื้นผิวต่างๆ กัน ในขณะที่มีคลีทติดอยู่ด้วย

ถนนในบึงหนองบอนเพิ่งทำใหม่ ลาดยางเรียบมาก การลงเดินโดยที่มีคลีทติดอยู่ด้วยไม่เป็นอุปสรรคอะไรเลย เพราะคลีทหลบอยู่ในช่องของรองเท้าอย่างแนบเนียน ถ้าเดินบนพื้นเรียบๆ แบบนี้ คลีทจะไม่โดนพื้นเลย

image

image
อันนี้ขยายภาพให้ดูว่า คลีทซ่อนตัวอยู่ในช่องได้เนียนมาก

ผมลองเดินลงไปจากถนน ลงไปตามถนนดิน ที่มีรากไม้ ตามหญ้าดูบ้าง ก็พบว่า มีอาการที่คลีทบดกับก้อนหินเล็กๆ กับพื้นที่ไม่เรียบอยู่บ้าง ซึ่งก็เป็นเรื่องปรกติเหมือนกับรองเท้า MTB ทั่วไป แต่ความยืดหยุ่นของพื้นรองเท้า ทำให้เดินได้สะดวกมากกว่ารองเท้า MTB ทั่วไป ที่มีพื้นแข็งและมักจะลื่นได้ง่ายกว่ามาก

หลังจากกลับมาที่บ้านแล้ว วันรุ่งขึ้น ผมก็นำรองเท้ามาล้างทำความสะอาด เพื่อที่จะถ่ายรูป จากที่ไปเดินตามดินมา พบว่า มีเศษดิน เศษหิน เข้าไปอัดอยู่ในช่องของลายที่พื้นรองเท้าอยู่บ้าง และเศษดินก็แห้งกรังแล้ว

ผมจึงเปิดน้ำใส่กาละมังเค่พอให้ท่วมพื้นรองเท้า แล้วดึงแผ่นรองเสริมอุ้งเท้าออก จากนั้นก็นำรองเท้าไปวางแช่พื้นรองเท้าทิ้งไว้ เพื่อให้เศษดินอ่อนตัว
หลังจากสองชั่วโมงผ่านไป ผมยกรองเท้าขึ้นมา ก็เห็นเศษดินส่วนใหญ่หลุดลงมากองอยู่กับพื้นกาละมังน้ำ ยังมีแค่เศษดิน กับเศษหิน ติดอยู่ตามซอกเล็กๆ บ้าง ผมเลยใช้ไม้เสียบลูกชิ้นแคะเศษหินออกมา และใช้แปรงสีฟันที่ไม่ใช้แล้ว ขัดเอาเศษดินตามร่องเล็กๆ ออกมา พร้อมกับเอาน้ำลูบตามรอยเปื้อน และใช้แปรงสีฟันขัดออกจนหมด

การทำความสะอาด

การทำความสะอาดรองเท้านั้น ถ้ารีบทำตั้งแต่เลิกใช้งานใหม่ๆ น่าจะทำได้ง่ายมากกว่า ตัวรองเท้า นอกจากแผ่นรองเสริมอุ้งเท้าแล้ว ก็ไม่มีอะไรที่จะโดนน้ำไม่ได้ (จริงๆ ก็คงโดนได้แหละครับ แต่ผมชอบดึงออกมาตอนล้างรองเท้าเอง) ถึงแม้ว่าแผ่นเพลทที่ไว้สำหรับยึดคลีท ที่อยู่ใต้แผ่นรองอุ้งเท้า มันจะเป็นโลหะก็ตาม แต่จากการที่เคยใช้รองเท้า MTB แบบลุยๆ มาหลายคู่แล้ว ผมยังไม่เคยเจอว่าตรงนั้นมันจะมีปัญหากับสนิมเลย

หลังจากล้างทำความสะอาดแล้ว ผมชอบที่จะเอามาวางผึ่งลมร้อนจากคอมเพรสเซอร์แอร์ครับ มันแห้งเร็วดี แต่ใครจะเอาไปวางผึ่งลม ผึ่งแดด ก็แล้วแต่ความสะดวกก็แล้วกันนะครับ … :p

สรุปการใช้งาน

จากการที่ได้ลองใช้งานรองเท้าคู่นี้มาระยะหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ลองใช้ในสภาพการณ์ที่หลากหลายมากไปกว่านี้ เช่น ลองลงแทรคจริงๆ ลุยน้ำ ลุยโคลนดูว่าจะลื่นมากหรือเปล่า แต่ด้วยลักษณะของรองเท้าที่เปิดโล่งสไตล์นี้ ผมเคยโดนเศษกิ่งไม้แล็กๆ กับหนามไมยราพ ข่วนเอาที่เท้า จนได้เลือดมาแล้วครับ

ผมว่า รองเท้าคู่นี้ เหมาะสำหรับนักเดินทางด้วยจักรยาน หรือคนที่ชอบปั่นจักรยานเที่ยวไปในที่ต่างๆ หรือไปทำงาน และต้องมีการลงเดินบ่อยๆ ที่ต้องการรองเท้าที่ระบายอากาศได้ดี เดินได้สะดวก และมีรูปลักษณ์ที่ดูเรียบง่าย ใส่ได้ในหลายๆ โอกาส ในคู่เดียวกัน

ก็มีความคิดเห็นของเพื่อนๆ ที่ผมลองสอบถามดู บางคนก็บอกว่า หนักบ้าง ดูไม่โปร ไม่เป็นนักปั่นบ้าง แพงบ้าง หรือกระทั่งติดตลกว่า ใส่แล้วเท้าเป็นลายก้างปลา (เพราะไม่ชอบใส่ถุงเท้า)บ้าง ซึ่งอันนั้นก็แล้วแต่ความคิดของแต่ละคนไป …

แต่สำหรับผม ผมเข้าใจแล้วครับ ว่าทำไมถึงตั้งชื่อรองเท้ารุ่นนี้ว่า commuter …. :p

(Definitions of commuter : “a person who travels some distance to work on a regular basis.” )

ราคา 4,250 บาท

 

สุดท้ายนี้ผมต้องขอขอบคุณ คุณบี แห่งเพจ BKKWheels ที่ได้ส่งต่อรองเท้าคู่นี้มาให้ผมลอง, น้องที่ KEEN shop ที่ Terminal 21 ที่ให้ข้อมูลของผลิตภัณฑ์ , คุณเอม แห่งร้าน สะพานควายจักรยาน (SPK bike shop) ที่ช่วยชั่งน้ำหนักรองเท้าให้ และผู้อ่านทุกท่าน ที่ได้เข้ามาชมรีวิวนี้ครับ

บทความและภาพ โดย Taweeboon Ponglumchiak

ข้อมูลการรับประกัน

รองเท้ารับประกัน 6 เดือน กรณีเกิดการเสียหายจากการผลิต จะดำเนินการเปลี่ยนคู่ใหม่ให้ และหลังจากนั้นสามารถส่งซ่อมศูนย์ได้ โดยมีค่าใช้จ่ายตามกรณีของการซ่อมแซม

ขอบคุณ Keen Thailand

สนใจสินค้าติดต่อ 02 743 5151

 

 

Facebook Comments

ติดตามเรา